มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ 02 248 3737
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์
Consumer Thai Facebook page

< กลับไปหน้ารวมข่าว

ความเห็นอนุกสทช4คณะทรูควบดีแทค

เขียนโดย: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

เขียนเมื่อ: 03-08-2022 16:51

หมวดหมู่: สื่อและโทรคมนาคม

ภาพประกอบข่าว

สรุปความเห็นของคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจระหว่างบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) ที่มีผลกระทบโดยตรงกับผู้บริโภค

ทั้งนี้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคขอคัดเฉพาะความเห็นของคณะคณะอนุกรรมการฯ ด้านผู้บริโภค เนื่องจากมีผลกระทบโดยตรงกับผู้บริโภค ซึ่งความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ ด้านผู้บริโภค มีรายละเอียดดังนี้ ( โดยคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและวิเคราะห์กรณีการรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค มีจำนวน 4 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย, คณะอนุกรรมการฯ ด้านเศรษฐศาสตร์, คณะอนุกรรมการฯ ด้านเทคโนโลยี, คณะอนุกรรมการฯ ด้านผู้บริโภค )

คณะอนุกรรมการฯ เสียงส่วนใหญ่ เห็นว่า กสทช. ไม่ควรอนุญาตให้มีการรวมธุรกิจ

แต่ถ้า กสทช. พิจารณาอนุญาตให้รวมธุรกิจ คณะอนุกรรมการฯ มีข้อเสนอต่อการกำหนดเงื่อนไข 3 ส่วน คือ 1) ข้อเสนอเชิงโครงสร้าง 2) ข้อเสนอเชิงพฤติกรรมของผู้ประกอบกิจการ และ 3) ข้อเสนอต่อ กสทช. ดังนี้

1. ข้อเสนอเชิงโครงสร้าง

  1. กำหนดให้มีการกระจายการถือครองทรัพย์สิน เช่น คลื่นความถี่ เสาโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของผู้ขอรวมธุรกิจ เช่น กำหนดให้มีการรับคืนคลื่นความถี่จากผู้ประกอบกิจการรายเดิมที่ขอรวมธุรกิจ และจัดประมูลคลื่นความถี่เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ประกอบกิจการ MNO รายใหม่เป็นการเฉพาะ
  2. กำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการในการแบ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานที่จําเป็นของผู้ขอรวมธุรกิจ เช่น คลื่นความถี่ เสาสัญญาณ ฯลฯ ทั้งต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง (MNO) และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) โดยมีอัตราขั้นสูงของค่าตอบแทนการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมและเป็นธรรม เช่น กำหนดให้ผู้รวมธุรกิจต้องแบ่ง Capacity ของการให้บริการไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 - 30 เพื่อให้ MNO รายใหม่ และ MVNO สามารถร่วมใช้โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นจากผู้รวมธุรกิจได้ เป็นต้น

2. ข้อเสนอเชิงพฤติกรรม

  1. กำหนดเป็นหลักการให้ผู้ใช้บริการต้องได้รับการบริการที่มีคุณภาพ รวมทั้ง ค่าบริการ รายการส่งเสริมการขาย ระยะเวลา และสิทธิพิเศษ ที่ไม่ด้อยไปกว่าเดิมภายหลังการรวมธุรกิจ จนกว่าระยะเวลาตามสัญญาของผู้ใช้บริการแต่ละรายจะหมดลง หรือเป็นระยะเวลาต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 36 เดือน แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า และ/หรือมีสิทธิที่จะขอเปลี่ยนแปลงการรับบริการได้ตามที่ผู้ให้บริการที่รวมธุรกิจได้ให้บริการอยู่
  2. กำหนดให้ผู้ให้บริการคงระดับความหลากหลายของรายการส่งเสริมการขาย การให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการสำหรับกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ ที่มีให้บริการก่อนการรวมธุรกิจ ในระยะเวลาที่เหมาะสมแต่ไม่ต่ำกว่า 36 เดือน และอาจพิจารณาให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นด้วยก็ได้
  3. กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องคุ้มครองความสามารถในการเข้าถึงบริการหรือพื้นที่ให้บริการ (Coverage) ที่ไม่น้อยกว่าเดิม หรือไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้บริการภายหลังการรวมธุรกิจ จนส่งผลกระทบต่อการใช้บริการของผู้บริโภค ทั้งในเชิงความครอบคลุม ปริมาณ และคุณภาพ รวมทั้ง ต้องมีสัดส่วนของศักยภาพการให้บริการ (Capacity) กับจำนวนผู้ใช้บริการที่ไม่น้อยลงกว่าเดิม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการรับบริการที่มีคุณภาพ
  4. กำหนดให้ผู้ให้บริการมีการพัฒนาเทคโนโลยีและขยายความครอบคลุมของการให้บริการ เช่น กำหนดให้มีการขยายโครงข่าย 5G ให้ครอบคลุมประชากรในเขตอื่นนอกเหนือเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษและเมืองศูนย์กลางธุรกิจ ร้อยละ 85 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ภายในระยะเวลา 3 ปี (ตามข้อเสนอของที่ปรึกษาอิสระ)
  5. กำหนดให้มีช่องทางให้บริการสำหรับผู้ใช้บริการ (Customer Service) โดยกำหนดสัดส่วนพนักงานหรือคู่สายของการให้บริการต่อผู้ใช้บริการ จำนวนศูนย์บริการ จุดให้บริการ ช่องทางการซื้อซิม/เติมเงิน ฯลฯ ไม่ให้น้อยลงไปกว่าเดิม
  6. กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการเลือกที่จะทำสัญญาใหม่ หรือต่อสัญญาเดิม หรือใช้สัญญาเดิมจนจบโดยไม่ต่อสัญญา
  7. กำหนดให้ผู้ขอรวมธุรกิจต้องกำหนดให้มีกลไกในการรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาแก่ผู้ใช้บริการหลังการรวมธุรกิจ โดยมีช่องทางเฉพาะที่ไม่คิดค่าบริการ หรือรูปแบบอื่นใดที่ไม่เป็นภาระแก่ผู้ใช้บริการ โดยมีศูนย์บริการ หรือช่องทางการให้บริการในรูปแบบใด ๆ รวมกัน ที่มีความครอบคลุม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพไม่น้อยกว่าเดิม

3. ข้อเสนอต่อ กสทช.

3.1 เชิงการกำกับดูแลอุตสาหกรรม

  1. ควรพิจารณาดำเนินการร่วมกับ กขค. และ สคบ. เพื่อรักษาระดับการแข่งขันและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ช่องทางกระจายสินค้าและช่องทางการเติมเงิน โดยอาจร่วมกันกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการและดำเนินการร่วมกันภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้ง อาจกำหนดแผนงานร่วมกันระหว่าง กสทช. และ สคบ. เพื่อเผยแพร่ความรู้กับผู้บริโภค
  2. ควรกำหนดและประกาศมาตรการการส่งเสริมการเข้าสู่ตลาดของผู้ให้บริการรายใหม่ เช่น แผนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ได้รับคืนจากผู้ขอรวมธุรกิจหรือคลื่นความถี่อื่นภายใน 6 เดือน และการจัดทำแผนการจัดสรรคลื่นความถี่รวม (Spectrum Roadmap) ระยะอย่างน้อย 10 ปี เพื่อความชัดเจนในการวางแผนการลงทุน
  3. ควรพิจารณาประเด็นการเปิดเสรีการค้าสาขาโทรคมนาคมเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อลดข้อจำกัดการลงทุนของต่างประเทศ
  4. กำหนดมาตรการเสริมสร้างการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจเลือกใช้บริการของผู้บริโภค หรือข้อมูลที่จำเป็นในการกำกับดูแล เช่น กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตทุกรายจัดทำและส่งข้อมูลเรื่องร้องเรียน รายการส่งเสริมการขายที่ครบถ้วน ผลการทดสอบคุณภาพบริการ
  5. ทบทวนการกำกับดูแลค่าบริการโทรคมนาคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างแท้จริง เช่น การกำกับดูแลอัตราค่าบริการเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักตามจำนวนผู้ใช้บริการจริง การกำกับเพดานอัตราค่าบริการขั้นสูงร่วมกับการกำกับอัตราค่าบริการโดยเฉลี่ย ฯลฯ
  6. ทบทวนการกำกับดูแลคุณภาพบริการ เช่น การเผยแพร่ผลการทดสอบคุณภาพบริการของผู้ให้บริการแต่ละรายซึ่งมีระดับคุณภาพที่แตกต่างกันเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
  7. ทบทวนการกำหนดและการกำกับดูแลผู้มีอำนาจเหนือตลาดในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่สะท้อนสภาพตลาดจริง เพื่อสร้างสมดุลในการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการ
  8. ทบทวนกฎระเบียบ กระบวนการ และกลไกในการกำกับดูแลการรวมธุรกิจ ให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพ เช่น
    • กำหนดให้มีความชัดเจนในอำนาจการอนุญาตหรือไม่อนุญาต
    • เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยเปิดเผยให้มากที่สุดและปกปิดอย่างจำกัดเฉพาะความลับทางการค้าที่แท้จริง
    • การกำหนดคุณสมบัติ การเลือก การแต่งตั้ง และการจัดทำรายงานของที่ปรึกษาอิสระ โดยมีแนวทางการดำเนินงานที่เป็นมาตรฐาน (Standard operation procedures)

3.2 เชิงการติดตามและประเมินผลจากการรวมธุรกิจ / อุตสาหกรรม

  1. หากมีการรวมธุรกิจ กสทช. ควรกำหนดเงื่อนไขให้มีการติดตามสถานการณ์การคุ้มครองผู้บริโภค และมีมาตรการประเมินผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยให้ผู้ขอรวมธุรกิจและผู้ประกอบกิจการรายอื่นส่งรายงานในด้านต่างๆ ให้เพียงพอต่อการติดตามและประเมินผลกระทบต่อผู้บริโภค เช่น ด้านราคา หรือด้านคุณภาพของบริการ
  2. ในกรณีที่มีระบบการติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อผู้บริโภคและสิทธิของประชาชน ที่เกิดขึ้นภายหลังการรวมธุรกิจแล้ว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ลดทอน เพิ่มเติม เงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป (Subject to Future Regulations) โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ และไม่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่เอกชน แต่ต้องไม่เป็นภาระแก่หน่วยงานและเอกชนเกินสมควร รวมถึงต้องยึดหลักความเป็นธรรมและเท่าเทียม ซึ่งอาจเป็นการกำหนดมาตรการและเงื่อนไขเพิ่มเติมต่อผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ ผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจ และผู้ประสงค์จะเข้าสู่ตลาดใหม่ ด้วยก็ได้

ล้อมกรอบ องค์กรผู้บริโภค ชวนผู้บริโภคลงลายมือชื่อหยุดการควบรวม #true และ #dtac ใน Change.org/TrueDtac #หยุดผูกขาดมือถือ

ค่าบริการมือถือแพงขึ้น เสียหายมากกว่า 305,184 ล้านบาทกับผู้บริโภค หากไม่มีการแข่งขันเลยจากจำนวน 80 ล้านเลขหมาย ค่าบริการจาก 220 บาท จะจ่ายแพงขึ้น 537 บาทต่อเดือน


ปรึกษา ร้องเรียน
สอบถามเพิ่มเติม