22 สถาบันฯ ทั่วไทย ผนึกกำลัง “คณะเภสัชรักษ์ไต” ร่วมมือ สสส. X กพย. รณรงค์ชะลอไตเสื่อม เน้นการใช้ยาสมเหตุผล
เขียนโดย: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
เขียนเมื่อ: 19-08-2026 15:53
หมวดหมู่: อาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง “ขับเคลื่อนความร่วมมือคณะเภสัชศาสตร์รักษ์ไต”
ในวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 10.45 – 12.15 น. ณ ห้องอโนดาด 1 โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร คณะเภสัชศาสตร์ ทั่วประเทศ ร่วมมือ สสส. รณรงค์ชะลอไตเสื่อม มุ่งสร้างนำซ่อม เน้นการใช้ยาสมเหตุผล
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึง สถานการณ์ปัญหาโรคไตเสื่อม มีเกิดได้ 2 ลักษณะ คือ การเกิดแบบเฉียบพลัน Acute Kidney Injury (AKI) และ การเกิดแบบเรื้อรัง Chronic Kidney Diseases (CKD) (1) สถานการณ์โรคไตระดับสากล ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังประมาณ 850 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรโลก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จนปัจจุบันขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม 10 อันดับแรกของสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุดทั่วโลก โดยมีอัตราการเสียชีวิต 1 รายทุกๆ 20 วินาที และ (2) สถานการณ์โรคไตของไทย มีผู้ป่วยสะสมกว่า 8 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 17.6 ของประชากรไทย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายกว่า 80,000 ราย ส่งผลให้ไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศที่มีอัตราการเกิดโรคไตสูงที่สุดในโลก และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีบทบาทสำคัญในการป้องกันและลดความเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง (CKD) โดยมุ่งเน้นการจัดการปัจจัยเสี่ยงระดับมหภาคและชุมชน และการบูรณาการป้องกันโรคไต ได้แก่
- การเฝ้าระวังคัดกรองโรคไตเชิงรุก
- การขับเคลื่อนนโยบายลดเค็มและโซเดียม ผ่านการรณรงค์สังคมไทยลดการกินเค็มผ่านเครือข่ายลดบริโภคเกลือและโซเดียม และผลักดันมาตรการอาหารปลอดภัยและร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในการควบคุมปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหาร
- การจัดการด้านโรค NCDs โดยการควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต
- การเฝ้าระวังระบบยาและการใช้ยาอย่างสมเหตุผลผ่านเครือข่าย ของ กพย. และเครือข่ายเภสัชกรรมเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ รวมถึงเฝ้าระวังพฤติกรรมการซื้อยาแก้ปวดและยาชุดกินเอง การขายยาออนไลน์
- การสร้างความรอบรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการสนับสนุนข้อมูลความรู้ผ่านสื่อและกิจกรรมชุมชน เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูงที่เป็นต้นเหตุของโรคไต และการสร้างแกนนำสุขภาพชุมชนให้มีความสามารถในการคัดกรองและให้คำแนะนำวิธีดูแลสุขภาพไตขั้นพื้นฐาน
ศ.ดร.ภก.พรศักดิ์ ศรีอมรศักดิ์ ประธานสภาคณบดีคณะเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สคภท.) ซึ่ง สคภท. ประกอบด้วยคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ทั่วประเทศ จำนวน 22 แห่ง ได้ยืนยันบทบาทของคณะเภสัชศาสตร์ในการร่วมมือสนับสนุนทั้งทางด้านวิชาการและวิชาชีพเพื่อป้องกันการเกิดโรคไตเสื่อม โดยเฉพาะที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ ทั้งนี้คณะเภสัชศาสตร์ มีกลไกที่ช่วยสนับภารกิจด้านเภสัชกรรม เช่นร้านยาของคณะเภสัชศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ นอกจากนี้คณะมีงานวิจัยสาขาต่าง ๆ มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเภสัชศาสตร์สาขาโรคไต การเรียนการสอน รวมถึงงานบริการวิชาการในชุมชน ทำให้สามารถเสริมกลไกการป้องกันโรคไตให้ได้ครบถ้วนจากสาเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดเค็ม การจัดการที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ นอกจากนี้การผลิตเภสัชกรลงปฏิบัติหน้าที่จัดการระบบยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพมีบทบาทสำคัญร่วมในบริการสุขภาพครบวงจรป้องกันไตเสื่อม โดยร่วมมือกับบุคลากรสุขภาพสาขาต่าง ๆ ในการทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยคัดกรองกลุ่มเสี่ยง การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของระชาชน จะช่วยป้องกันปัญหาลุกลาม และช่วยประหยัดเงินค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ ตามนโยบาย ‘สร้างนำซ่อม’
การประชุมแถลงข่าวครั้งนี้มีคณบดีและผู้แทน ที่ได้ร่วมนำร่องทดลองรูปแบบการทำงานในพื้นที่ 5 แห่ง ที่ร่วมมือกับศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) โดยการสนับสนุนงบประมาณของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ศ.ปฏิบัติ ดร.ภก.สุพัฒน์ จิรานุสรณ์กุล) คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ดร.ภก.ศักดิ์สิทธิ์ ศรีภา) คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม (ผศ.ดร.ภญ.ใจนุช กาญจนภู) รองคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รศ.ดร.ภก.ชาญกิจ พุฒิเลอพงศ์) ผู้แทนคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รศ.ดร.ภก. กร ศรเลิศล้ำวาณิช) ซึ่งการทดลองทำให้ได้รูปแบบการทำงานที่หลากหลาย ที่นำไปประยุกต์ใช้
สุดท้าย ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี) ได้เน้นย้ำความสำคัญของคณะเภสัชศาสตร์ และเครือข่ายเภสัชกรในระบบบริการสุขภาพ เช่น โรงพยาบาล และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในการป้องกันโรคไตเสื่อม โดยร่วมช่วยคัดกรองเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคไตแต่เนิ่น ๆ ก่อนจะลุกลามไปจนต้องล้างไต มีความสำคัญมากทั้งต่อสุขภาพของผู้ป่วย และงบประมาณประเทศ ช่วยประหยัดงบประมาณที่เสียไปกับการล้างไตได้ เป็นสิทธิที่ผู้ป่วยได้รับทราบสถานการณ์เจ็บป่วยโรคไตของตนเอง อยากให้เป็นนโยบายที่ดำเนินการทั่วไปอย่างทันที่ให้ครอบคลุม และที่สำคัญการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ตอบสนองงานส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผลของประเทศ ด้วยการเฝ้าระวังปัญหาการโฆษณาและขายยาออนไลน์ ปัญหาร้านชำขายยาผิดกฎหมาย เช่นยาชุด ที่ผสม สเตียรอยด์ และหรือยาเอ็นเสด ยาผงจินดามณี ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา พบผสมสเตียรอยด์ เหล่านี้นำไปสู่ปัญหาโรคไต และโรคอื่น ๆ ต้องมีการจัดการโดยด่วน นอกจากนี้อยากให้ราคาเครื่องมือชุดตรวจต่าง ๆ มีราคาถูกลง ทั้งชุดตรวจแอลบิวมินในปัสสาวะ ชุดตรวจสเตียรอยด์ในยาชุด และอยากให้มีการพัฒนาชุดตรวจยาเอ็นเสดในยาชุด การโฆษณาขายผลิตภัณฑ์สุขภาพให้เข้าใจว่าบำรุงไตได้ การทบทวนทะเบียนตำรับยาที่มีฉลากที่อาจทำให้เข้าใจผิด
