มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ 02 248 3737
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์
Consumer Thai Facebook page

< กลับไปหน้ารวมข่าว

เร่งรัฐบังคับมาตรการยืนยันตัวตนผู้ขาย (e-KYM) ร้านค้าออนไลน์

เขียนโดย: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

เขียนเมื่อ: 17-11-2025 16:23

หมวดหมู่: สินค้าและบริการทั่วไป

ภาพประกอบข่าว

หน่วยงานประจำจังหวัดกรุงเทพฯ สภาองค์กรของผู้บริโภค เร่งหน่วยงานรัฐบังคับมาตรการยืนยันตัวตนผู้ขาย (e-KYM) ร้านค้าออนไลน์ทุกประเภท ทุกแพลตฟอร์ม เพื่อยกระดับการซื้อขายออนไลน์ให้ปลอดภัย100%

ตลาดซื้อ- ขายออนไลน์หรืออีคอมเมิร์สไทยเติบโตต่อเนื่อง พร้อมกับความเสี่ยงของประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ยังสูงแพลตฟอร์มและหน่วยงานรัฐยังไม่สามารถกำกับผู้ขายออนไลน์อย่างเสมอถ้วนกัน หน่วยงานประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร สภาองค์กรของผู้บริโภคจี้หน่วยงานรัฐเร่งยกระดับ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่ซื้อขายออนไลน์ทุกคน ทุกแพลตฟอร์ม

ศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 2 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค หน่วยงานประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร สภาองค์กรของผู้บริโภค จัดอบรม “การยืนยันตัวตนผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการเปลี่ยนโปรมือถือ พื้นที่กรุงเทพมหานคร” โดยมีองค์กรเครือข่ายผู้บริโภค 8 โซน ทั่วกรุงเทพมหานครเข้าร่วม
โดยปัจจุบัน ตลาดซื้อ- ขายออนไลน์หรืออีคอมเมิร์สของไทยเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าประเทศไทยจะมีมูลค่าการซื้อขายในตลาดออนไลน์สูงถึง 2 ล้านล้านบาทในปี 2030 ในปีปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม ช่องทางอีคอมเมิร์สที่ผู้บริโภคไทยนิยมซื้อ เช่น Shopee, LAZADA, TikTok, Facebook ฯลฯ ยังคงมีทั้งผู้จำหน่ายที่ดีและผู้จำหน่ายที่ไม่ดีหรือเป็นมิจฉาชีพผู้บริโภคชาวไทยจึงยังคงเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในทุกยอดการสั่งซื้อด้วยเช่นกัน

“ปัญหาเรื่องร้องเรียนถึงสภาผู้บริโภค ส่วนของเรื่องร้องเรียนการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ด้านสินค้าและบริการทั่วไป ตั้งแต่ 1 ต.ค. 67 – 31 ส.ค. 68 ปัจจุบันมีแล้ว 1,415 กรณี คิดเป็นมูลค่า 6.8 ล้านบาท ปัญหาเหล่านี้มีทั้งซื้อของแล้วไม่ได้ของ ซื้อสินค้าแล้วกลับได้ไม่ตรงปก เปิดเพจหลอกลวงขายสินค้า โดยแพลตฟอร์มที่พบปัญหาสูงที่สุดคือการซื่อขายในเฟซบุ๊ค” นิสรา แก้วสุข ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาองค์กรข องผู้บริโภค กล่าวเปิดถึงสถานการณ์ปัจจุบันของการซื้อขายออนไลน์ในไทย

นายธนัช ธรรมิสกุล หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค และหัวหน้าหน่วยประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยดังกล่าวและหน่วยงานรัฐยังไม่สามารถสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนหรือผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการหรือนายทุน หรือมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ การยืนยันตัวตนของผู้ขายหรือผู้จำหน่ายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคได้ เราจึงจัดการอบรม “การยืนยันตัวตนผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการเปลี่ยนโปรมือถือ พื้นที่กรุงเทพมหานคร” ขึ้น เพื่อเสริมสร้างทักษะให้กับเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ได้เข้าใจจนสามารถตรวจสอบระบบรับรองการยืนยันตัวตนของ ผู้ขายสินค้าและบริการทางออนไลน์ (e-KYM) ได้ ในกระบวนการอบรมเราทำร่วมกันไปอย่างใกล้ชิด เครือข่ายที่ได้เข้าร่วมอบรมในวันนี้จะสามารถนำไปถ่ายทอดขยายผลสู่ประชาชนกลุ่มอื่นๆ ได้”

“ การอบรมสุ่มค้นหาผู้ขายหรือผู้จำหน่ายที่มีแนวโน้มเข้าข่ายไม่ถูกต้องในวันนี้ เราอบรมให้เครือข่ายตรวจสอบใน 4 แพลตฟอร์มคือ Shopee ,TikTok ,Lazadaและ Facebook Marketplace เราได้ข้อมูลจำนวนมากและจะรวบรวมเพื่อผลักดันนโยบาย ให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้กำหนดมาตรการบังคับให้มีการยืนยันตัวของผู้ขายหรือผู้จำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ ยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเต็มรูปแบบ เพราะผู้บริโภค ควรมีสิทธิที่จะรู้ว่าผู้ขายคือใคร มีตัวตนจริงหรือไม่นี่คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะช่วยป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบและยังเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจดิจิตัลที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน”

โกศล ศรีอาจ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค โซนกรุงเทพเหนือ ลาดพร้าว กล่าวว่า “การเข้าอบรมในวันนี้ทำให้รู้ว่า การซื้อของในเฟซบุ๊คมีความเสี่ยงมาก แทบไม่มีข้อมูลบอกอะไรเลย ที่อยู่ก็ไม่มี ถ้ามีปัญหาอะไรเราก็ติดต่อไม่ได้ เสียหายมาก ขณะที่ร้านค้าในแพลตฟอร์มอื่นเราเจอว่า เขาลงกระทั่งเลขทะเบียน อย.ของสินค้าแบบนี้ก็ทำให้เราผู้บริโภคตรวจสอบสินค้ากับระบบของ อย. ได้ก่อนที่เราจะสั่งซื้อ”

สายใจ แสงมาน เจ้าหน้าที่ศูนย์สิทธิผู้บริโภคเขตทุ่งครุ กล่าวว่า “การเข้าอบรมในวันนี้ทำให้ได้รู้จักแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่เราไม่เคยสั่งซื้อของมาก่อนเลย อย่าง TikTok ที่เราจะได้ยินมาตลอดว่ามีข้อมูลละเอียด น่าเชื่อถือแต่การสุ่มตรวจวันนี้เราก็เจอร้านค้าในTikTok ที่แทบไม่มีข้อมูลอะไรเลย ก็แสดงว่าเขายังกำกับดูแลไม่ทั่วถึง แพลตฟอร์มจึงต้องยกระดับมาตรการรับรองการยืนยันตัวตนของผู้ขายสินค้าและบริการทางออนไลน (e-KYM) ต่อไป”

นิสรา แก้วสุข ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป สภาองค์กรของผู้บริโภคกล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันเราทราบว่ามีการกำกับดูแลผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วแต่ยังไม่ทั้งหมดและในแต่ละแพลตฟอร์มมีการกำกับดูแลที่แตกต่างกันในแพลตฟอร์มเดียวกันเช่นใน TikTok ยังมีความเข้มงวดแตกต่างกัน TikTok ในประเทศจีนได้บังคับให้ผู้ขายต้องระบุที่อยู่ของร้านค้า/ บริษัทอย่างชัดเจนมาก แต่ในประเทศไทยเราไม่เห็นการบังคับตรงนี้ วันนี้เราอยากให้ทำทั้งหมด ทุกร้านและทำให้มีมาตรฐานเดียวกันเพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภคคนไทย ที่ทุกวันนี้ตลาดซื้อขายออนไลน์ของเราก็ไม่เล็กเลย วันนี้คือเราเรียกร้องให้ ผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องแสดงข้อมูลที่สำคัญคือ ชื่อ /ชื่อที่จดทะเบียน ที่อยู่สำหรับการติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ ตำแหน่งที่ตั้ง/ ที่อยู่ร้านค้า และช่องทางการชำระเงินที่ชัดเจน”

ทั้งนี้หากผู้บริโภคได้รับปัญหาจากการซื้อขายออนไลน์ หรือต้องการคำแนะนำในการใช้สิทธิต่างๆ ติดต่อสอบถามได้ที่ หน่วยงานประจำจังหวัดกรุงเทพฯ สภาองค์กรของผู้บริโภค 02 248 3734 หรือ 1502


ปรึกษา ร้องเรียน
สอบถามเพิ่มเติม