เจอคูปองหลอกลวงต้องฟ้องร้อง!
เขียนโดย: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
เขียนเมื่อ: 10-08-2023 10:26
หมวดหมู่: สินค้าและบริการทั่วไป
ซื้อคูปอง แต่ ใช้ไม่ได้จริง เพราะเจอเล่ห์ลวงจากผู้ค้า ต้องร้องเรียน เรียกชดเชยค่าเสียหาย ส่งหลักฐานด่วนๆ
เคยมั้ย ? “ซื้อ“ หรือ ”ได้ฟรี” E-Voucher หรือ คูปองของบรรดาร้านค้า ON LINE ที่ใช้เป็นกลยุทธ์เพิ่มยอดขายธุรกิจ แต่ ! ทำไม มันใช้ไม่ได้ล่ะ มีสารพัดเงื่อนไข เอามาอ้างให้ลูกค้าเสียผลประโยชน์ ซะงั้น !
หากผู้บริโภค เจอเหตุการณ์ ซื้อคูปอง/ดีล Flash Sale แล้วถูกยกเลิก ให้ผู้ร้องรวบรวมหลักฐาน มาให้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ช่วยดำเนินการ ทำหนังสือไปยังผู้ประกอบการ แต่ผู้ร้องต้องมีหลักฐาน ดังนี้
1.โฆษณาดีล/ Flash Sale ตามช่องทางต่างๆที่พบ 2.หมายเลขคำสั่งซื้อ/ดีลที่ซื้อ 3.หลักฐานการชำระเงิน 4.ประกาศแจ้งยกเลิก/ข้อมูลยกเลิกจากบริษัทฯ 5.มีการติดตามทวงถามหรือไม่ (ถ้ามีให้แนบมาด้วย)
วิธีข้างต้นหากผู้บริโภค ต้องการดำเนินการเองสามารถนำไปใช้เรียกร้องเอากับผู้ประกอบการได้เลย ! ผู้บริโภค ต้องไม่ละทิ้งสิทธิของตัวเอง เราต้อง เรียกร้องตามสิทธิที่เป็นผู้เสียหาย หากซื้อคูปองกับร้านโดยตรง แจ้งความที่สถานีตำรวจทุกท้องที่ หากซื้อคูปองผ่านออนไลน์ สามารถแจ้งความได้ทุกท้องที่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าของร้าน
และหากคุณเป็นผู้บริโภคที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ขาย หรือประสบปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ยังสามารถร้องเรียนออนไลน์ กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ เว็บไซต์ https://complaint.ocpb.go.th/ หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะนี้ สคบ. ได้รวมรวมข้อมูลผู้ที่ได้รับความเสียหายส่งเรื่องดำเนินการตามกฎหมายให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (Department of Special Investigation : DSI) ให้รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีผู้เสียหายและความเสียหายที่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท
อีกช่องทาง ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนออนไลน์ ที่ “แผนกคดีซื้อขายออนไลน์ กับ ศาลแพ่ง “ได้ 24 ชั่วโมง ที่ เว็บไซต์ศาลแพ่ง https://efiling3.coj.go.th/eFiling ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากออนไลน์สามารถยื่นเรื่องด้วยตัวเอง และไม่จำกัดวงเงินมากน้อย แต่มีเงื่อนไขว่าต้องซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ดังนั้น อย่าลืมแนบหลักฐานที่ถูกหลอก ถูกโกงไปให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม กรณีฟ้องคดีแพ่งส่วนตัว หากร้องทุกข์ไว้กับ สคบ. ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งยุติเรื่องร้องทุกข์ หรือกรณีฟ้องคดีแพ่งกลุ่มและร้องทุกข์กับ สคบ. จะทำให้เรื่องร้องทุกข์ไว้เป็นอันยุติ
1.ไฟล์ภาพ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เซ็นสำเนาถูกต้อง 2.ชื่อสกุล หรือชื่อผู้ประกอบธุรกิจ พร้อมที่อยู่ที่ติดต่อได้ ของผู้ที่ทำให้คุณเสียหาย 3. ไฟล์เอกสารอื่นๆ เช่น ใบเสร็จ, แคปภาพจากสื่อโฆษณาชวนเชื่อ, สลิปการโอนเงิน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้อง
และต้องทราบก่อนว่า มี 8 กรณีที่ไม่สามารถร้องเรียนผ่าน สคบ. ออนไลน์
1. เป็นเรื่องที่คุณได้ไปดำเนินคดีที่ศาลแล้ว
2. เป็นคดีความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแล้ว
3. เป็นเรื่องที่คุณไปใช้สิทธิดำเนินคดีทางศาลด้วยตัวเอง และ สคบ. บังคับคดีตามคำพิพากษาแล้ว
4. เป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการล้มละลาย
5. เป็นเรื่องที่สิ้นสุดอายุความแล้ว
6. เนื้อหาสาระร้องทุกข์ไม่มีความชัดเจน เอกสารไม่ครบถ้วน
7. เป็นเรื่องที่ สคบ. ได้ดำเนินการเรียกผู้ร้องทุกข์มาชี้แจงแล้ว แต่ผู้ร้องทุกข์ไม่มา และไม่ส่งเอกสารมาชี้แจง
8. ต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่าง “ผู้บริโภค” กับ “ผู้ประกอบธุรกิจ” เท่านั้น ... สรุปคือ หากเป็นเหตุที่เกิดจาก “บุคคลฟ้องบุคคล” หรือ “ธุรกิจฟ้องธุรกิจ” จะอยู่นอกเหนืออำนาจ ของ สคบ.
ร้องทุกข์ 1 ครั้ง ดีกว่าบ่น 1,000 ครั้ง ยังรอผู้บริโภคที่เสียหายจากสินค้าและบริการมาใช้สิทธิ์ตัวเอง ผ่าน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ฝ่ายพิทักษ์สิทธิ รอคุณอยู่ที่ 4/2 ซอยวัฒนโยธิน แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร, โทร +66 2 248 3737 หรือ complaint@consumerthai.org
