มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ 02 248 3737
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์
Consumer Thai Facebook page

< กลับไปหน้ารวมข่าว

พบการขายยาต้านจุลชีพบนแพลตฟอร์มออนไลน์

เขียนโดย: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

เขียนเมื่อ: 28-11-2025 16:54

หมวดหมู่: อาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ภาพประกอบข่าว ภาพประกอบข่าว

พบการขายยาต้านจุลชีพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งผิดกฎหมาย สะท้อนการทำงานของหน่วยงานกำกับอ่อนแอ ชี้การใช้ยาไม่เหมาะสมสร้างเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้น

วันนี้ 28 พฤศจิกายน ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) จัดแถลงข่าว เรื่อง การสำรวจการขายยาต้านจุลชีพ (ยาปฏิชีวนะ) ออนไลน์ ขึ้นที่งานสัปดาห์รู้รักษ์ตระหนักปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ พ.ศ. 25568 World AMR Awareness Week (WAAW) 2025 : Act Now : Protect Our Present , Secure Our Future. : ลงมือทันที : ปกป้องปัจจุบันของเราเพื่ออนาคตที่มั่นคงและปลอดภัย ณ ลานกิจกรรมชั้นหนึ่ง จามจุรีสแควร์

ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา กล่าวว่า ปัญหาเชื้อดื้อยาเป็นภัยเงียบที่รุนแรงมากของโลก แต่ประชาชนยังไม่ตระหนักต่อภัยร้ายนี้ ยังมีการซื้อชายยาต้านจุลชีพด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ จึงเป็นที่มาของการสำรวจครั้งนี้ รวมทั้งในส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องต้องได้ตระหนักว่าปัญหายังมีอยู่ ทุกฝ่ายต้องมารวมพลังกันเพื่อทำงานในระดับชาติ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา

ด้าน นางสาวทัศนีย์ แน่นอุดร รองผู้อำนวยการ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ กพย. ได้ดำเนินการสำรวจขายยาต้านจุลชีพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อวันที่ 21-27 กันยายน พ.ศ. 2568 บนแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยม google เฟซบุค X และ tiktok รวมถึงแพลตฟอร์มค้าปลีก Lazada พบว่า มีจำนวนยาปฏิชีวนะ รวม 67 ตัวอย่าง ทั้งยาเม็ด ยาน้ำ ยาผง เป็นยาที่ใช้กับคนรวมถึงยาที่ใช้กับสัตว์ ซึ่งการขายออนไลน์สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีการจัดส่งสะดวก สั่งซื้อได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเพราะยาที่อนุญาตให้ขายออนไลน์ได้คือยาสามัญประจำบ้านเท่านั้น ยาต้านจุลชีพจึงไม่อนุญาตให้ขายออนไลน์ (รายละเอียดติดตามได้ที่เพจนิตยสารฉลาดซื้อ และ ffcthailand.org)

ด้าน ภก.ชินวัจน์ แสงอังศุมาลี อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวผลสำรวจโดยสรุปว่า ทีมได้สำรวจการขายยาต้านจุลชีพบนแพลตฟอร์ออนไลน์จาก Google, Facebook , Tiktok และอีคอมเมิร์ช คือ Lazada ระหว่างวันที่ 21-27 กันยายน 2568 สำรวจด้วยวิธีการสืบค้นข้อมูลการจำหน่ายยาปฏิชีวนะโดยดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 6 แพลตฟอร์ม ได้แก่

1) Facebook,

2) TikTok,

3) Twitter (X),

4) Google (ใช้ฟังก์ชันเสิร์ชเอนจินเพื่อค้นหาเว็บไซต์ ร้านค้าออนไลน์ หรือหน้าเพจที่เกี่ยวข้อง),

5) Lazada,

6) Shopee สำรวจด้วยการใช้คำทั่วไปที่คนไทยมักใช้เรียกยาปฏิชีวนะ และคำที่สื่อถึงยาต้านจุลชีพในบริบทของการรักษาโรค ทั้งในคนและสัตว์ ได้แก่ “ยาปฏิชีวนะ”, “ยาฆ่าเชื้อ”, “ยาแก้อักเสบ” (คำที่คนทั่วไปมักใช้แทน antibiotic), “ยาหมอไม่จ่าย”, “ซื้อได้เอง”, “ยาชุด”, “ยาต้านจุลชีพ”, “ยาปฏิชีวนะสำหรับสัตว์เลี้ยง”, “ยาปฏิชีวนะสำหรับประมง”, “ยาปฏิชีวนะ

สำหรับปศุสัตว์” โดยพบยาปฏิชีวนะ จำนวนทั้งหมด 67 ตัวอย่าง พบเป็นยาสำหรับใช้กับคน 15 รายการ พบยาสำหรับใช้กับสัตว์ 52 รายการ ดังนี้

• Facebook และ Tiktok พบ 33 ตัวอย่าง จาก 13 ร้าน/เพจ/ผู้ขาย

• Google พบ 23 ตัวอย่าง จาก 4 ร้าน/เพจ/ผู้ขาย

• Lazada พบ 11 ตัวอย่าง จาก 10 ร้าน/เพจ/ผู้ขาย

ทั้งนี้ในช่วงที่สำรวจเราไม่พบการขายบนแลตฟอร์ม Shoppeeและ Twitter (X) ซึ่งเราจะดำเนินการสำรวจเพิ่มเติมในช่วงหลังจากนี้

ส่วนประเภทของยาที่ขาย พบยาปฏิชีวนะ 45 ตัวอย่าง (67.16%) มี 3 อันดับของยาที่พบมากสุดคือประเภท

Pennicilllin (15 ตัวอย่าง),

Tetracyclin (11 ตัวอย่าง)

Fluoroquinolone (11 ตัวอย่าง)

ยาต้านปรสิต พบ 12 ตัวอย่าง (17.91%) คือประเภท Anthelmintic (7 ตัวอย่าง) Antiparasit (3 ตัวอย่าง) Isoxazoline (2 ตัวอย่าง) ยาต้านเชื้อรา พบ 6 ตัวอย่าง (8.96%) คือประเภท Antifungalและไม่ระบุประเภทยา 1 ตัวอย่าง ส่วนรูปแบบของยาที่พบ ได้ ยากิน (เม็ด/น้ำ/ผง) 40 ตัวอย่าง ยาทา(น้ำ/แป้ง/ขี้ผึ้ง/ครีม) 16 ตัวอย่าง ยาฉีด 11 ตัวอย่าง

ยาเหล่านี้มีวิธีการจัดส่งแตกต่างกันไป โดยมีการระบุวิธีการจัดส่ง 33 ตัวอย่าง แบ่งเป็นส่งไปรษณีย์ แบบ EMS 12 ตัวอย่าง, จัดส่งผ่าน Lazada 11 ตัวอย่าง มีการส่งฟรีและเก็บปลายทางส่งฟรี 7 ตัวอย่าง

นอกจากนี้ยังพบข้อความในการขาย ได้มีการใช้ชื่อสามัญของยาปฏิชีวนะ (Generic Names) ที่มีการใช้บ่อยในประเทศไทย ทั้งที่ใช้ในคนและที่อาจใช้ในสัตว์ โดยใช้ทั้งรูปแบบภาษาอังกฤษและ (ในกรณีที่ใช้บ่อย) การถอดเสียงภาษาไทยที่คนทั่วไปใช้ ได้แก่ amoxicillin (เช่น “อะม็อกซีซิลลิน”, “amox”), ampicillin, azithromycin (เช่น “อะซิโทรมัยซิน”, “zithro”), clarithromycin, ciprofloxacin, levofloxacin, doxycycline tetracycline, metronidazole, cephalexin, ceftriaxone, cefixime และใช้ชื่อการค้า (Brand Names) เพื่อสะท้อนพฤติกรรมการค้นหาจริงของผู้ใช้และผู้ขาย มีการใช้ชื่อการค้าที่คนไทยคุ้นเคยหรือพบเห็นบ่อยในตลาดยาปฏิชีวนะ เป็นคำค้นเพิ่มเติม เช่น Augmentin, Amoxil, Zithromax, Klaricid, Floxin, Levaquin, Roxithromycin (Rulid), Banan (cefpodoxime), TC mycin

ด้าน ภก.ภาณุโชติ ทองยัง ประธานคณะอนุกรรมการด้านอาหารและยา สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า จากข้อมูลทั้งหมดสะท้อนว่า เรายังมีปัญหาเรื่องระบบการจัดการยาที่เหมาะสม ตั้งแต่การควบคุม ความรู้ของประชาชน ผลกระทบในวงกว้างจากผลิตภัณฑ์ยาในคน ในสัตว์กระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ควรจะดำเนินการต่อไปคือ เราจะเอาข้อมูลนี้ไปทำอะไรต่อ เช่น หน่วยงานที่กำกับดูแล ต้องลุกขึ้นมาอธิบายว่าท่านจะจัดการปัญหานี้อย่างไร จะทำอะไรได้บ้าง สำหรับสภาองค์กรฯ มีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ยาที่เหมาะสม รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลและแหล่งกระจายยาที่อันตราย รวมทั้งตรวจสอบการละเลยการทำหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งทุกภาคีควรร่วมงานกันกับสภาฯ เพื่อให้เกิดการคุ้มครองประชาชนให้ใช้ยาได้อย่างปลอดภัย

ต่อไปการออกแบบสำรวจเพื่อนำมาวิเคราะห์ หรือออกแบบเพื่อการจัดการการขายยาออนไลน์ควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะนำข้อมูลไปใช้ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร เช่น ผู้ขายหรือการเปิดร้านขายยาในระบบออนไลน์ต้องลงทะเบียน เป็นต้น

ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายได้ที่ ตาไวรู้ทันภัยสุขภาพ
เพจ https://web.facebook.com/tawaiforhealth


ปรึกษา ร้องเรียน
สอบถามเพิ่มเติม