มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ 02 248 3737
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์
Consumer Thai Facebook page

< กลับไปหน้ารวมข่าว

โดนโกงซื้อของออนไลน์ฟ้องได้ทั้งแพ่ง-อาญาจับมิจฯติดคุกได้นะ!

เขียนโดย: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

เขียนเมื่อ: 05-09-2025 17:40

หมวดหมู่: สินค้าและบริการทั่วไป

ภาพประกอบข่าว

โดนโกงซื้อของออนไลน์ฟ้องได้ทั้งแพ่ง-อาญาจับมิจฯติดคุกได้นะ!

อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล อย่าคิดแค่ว่าเงินไม่กี่ร้อย แต่หากคุณปล่อยให้พวกนี้ได้ใจโกงคนอื่นได้เรื่อยๆ คิดดูสิ! ต่อวัน พวกมิจฉาชีพได้เงินไปเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น จงอย่านิ่งเฉย ต้องร้องเรียน หรือใช้กระบวนการทางศาลด้วยการยื่นฟ้องคดีอาญา-แพ่ง เราที่เป็นผู้เสียหายจะได้เห็นหน้าโจรตัวเป็นๆ แถมยังได้เงินคืนมาอีกด้วย

เอาละ ที่เกริ่นกันมาขนาดนี้ ก็อยากมาเล่า เรื่องราวของเคสที่มาร้องเรียนกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เจ้าตัวบอกว่า...ด้วยความที่อยากได้แว่นตามือสองทรงวินเทจ ที่มีเพจเฟซบุ๊กในกลุ่มขายของเก่าเด้งขึ้นมา ด้วยรูปทรงที่ถูกใจยิ่งนัก แถมราคาจับต้องได้แค่ 680 บาท เพราะปกติแค่กรอบแว่นวินเทจถ้าซื้อตามร้านค้าทั่วหรือเพจเจ้าอื่นราคาแพงเกินหลักพันขึ้น แล้วก็ด้วยความที่ต้องการใช้ด่วนๆ จึงตัดสินใจทักแชทแมสเซนเจอร์เพื่อติดต่อซื้อ คนขายก็ให้แอดไลน์เพื่อโอนเงินโดยสแกน QR CODE เข้าบัญชีพร้อมเพย์ วันนั้นจำได้เลย 2สิงหาคม ผ่านมา 3 วันทางผู้ขายก็ส่งเลขพัสดุ ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งมาให้เพื่อยืนยันการส่งสินค้าที่สั่งซื้อ ทีนี้พอได้เลขติดตามพัสดุ (Tracking Number) ก็เลยเอาไปกรอกหาข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทขนส่งเจ้านั้น แม่เจ้า! โดนหลอกซะแล้ว เพราะเลขพัสดุที่เพจขายของเก่าส่งมาให้เป็นของปลอมน่ะสิ แต่ก็ยังใจดีสู้เสือจัดการทักแชทไปที่มิจฉาชีพรายนี้หากไม่ส่งของมาให้จะแจ้งความตำรวจให้จัดการทางกฏหมาย แต่!เมื่อได้เงินไปแล้วก็จัดการบล็อกคนซื้อ แถมลบโพสต์ไปแล้วด้วย เอาละสิ จะทำไงดี อยากได้เงินคืน ดีที่เก็บหลักฐานการแชทและการโอนเงิน รวมถึงหน้าเพจของมิจฉาชีพรายนี้เอาไว้

เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิทักษ์สิทธิ์ ถามว่า อะไรถึงทำให้มั่นใจว่าเพจเฟซบุ๊กที่โพสต์ขายแว่นวินเทจเจ้านี้ ไว้ใจได้ เช่น มีผู้ติดตามหลักหมื่น หลักแสน หรือมีรีวิว มาการันตีว่า เจ้านี้ขายจริงไม่โกงแน่นอน

ผู้ร้องบอกว่า เพจนี้มีผู้ติดตามแค่หลักร้อยต้นๆ แต่ที่ไม่เอะใจว่าเป็นเพจมิจฉาชีพ เพราะตอนนั้นคิดแค่ว่า แว่นราคาถูก ใจมันก็เร่งอยากได้ไวๆ เลยไม่ทันได้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ 'Blacklistseller' เพื่อตรวจสอบข้อมูลของมิจฉาชีพอย่างละเอียด แต่ภายหลังที่เสียเงินไปแล้ว ก็เลยลองตรวจดูนั่นไง!เจอเลยเป็นมิจฉาชีพจริงๆ ด้วย อันนี้ก็ทำให้เราได้เตือนตัวเองและฝากเตือนไปถึงคนอื่นด้วย จะซื้อของออนไลน์ต้องตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน แต่เราไม่ยอมโอนเงินให้มิจฉาชีพฟรีๆ หรอก เราก็เลยแจ้งความออนไลน์ ซึ่งก็เร็วมากตำรวจนัดหมายไปสอบปากคำตามระบบซึ่งมีการแจ้งเบอร์โทรศัพ์ของพนักงานสอบสวนในท้องที่ซึ่งเรามีทะเบียนราษฏร์อยู่ แต่เราอยากฟ้องร้องเอาผิดมิจฉาชีพรายนี้จะทำยังไงได้บ้าง

คุณกิตติศักดิ์ ธนันณัฏฐ์ ทนายความมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บอกว่า ผู้ขายรายนี้มีเจตนาฉ้อโกงชัดเจน จากการตรวจสอบรายชื่อที่รับโอนเงินเป็นชื่อเดียวแต่มีหลายบัญชีจากหลายแบงก์ ทำให้มีชื่อตามตัวได้ง่าย จึงช่วยเหลือผู้ร้องด้วยการยื่นฟ้อง "คดีอาญา" เพราะการกระทำที่มีความผิดและเป็นภัยต่อสังคมและต่อเศรษกิจ หากคดีอาญาผู้กระทำผิดต้องมาศาล เพราะหากดื้อแพ่งจะถูกศาลออกหมายจับ และหากศาลพิพากษาให้มีความผิด ต้องเข้าคุกและต้องชดใช้เงินให้ผู้เสียหายด้วย นอกจากการฟ้องอาญายังสามารถ พ่วงฟ้องเอาผิดตาม " พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปลอมแปลงที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน" แต่หากยอมคืนเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าทนายความ ค่าขึ้นศาล ให้ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจแล้ว ผู้เสียหายก็อาจยอมถอนฟ้อง เพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว

นอกจากนี้ ยังสามารถยื่นฟ้องพ่วงไปด้วยฐาน "ผิดสัญญาเรียกเงินคืน" แต่ฟ้องแพ่ง มีช่องทางให้คนโกงดื้อไม่ยอมมาศาลไม่ได้ถูกจำคุกหรือกักขัง แต่หากคนโกงมาศาลแล้วถูกคำพิพากษาให้ชดใช้เงินแก่ผู้เสียหาย ก็มีช่องให้คนโกง ใช้วิธี "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย " เพราะกระบวนฟ้องแพ่ง ผู้เสียหายที่ชนะคดี มีภาระต้องไปเดินเรื่องกระบวนการบังคับคดีต้องไปสืบทรัพย์ของคนโกง บางทีก็สืบไม่ได้ บางทีคนโกงก็ไม่มีทรัพย์ให้ยึด ซึ่งการฟ้องศาลก็ต้องดูเขตอำนาจศาล สถานที่เกิดเหตุ และ ภูมิลำเนาของจำเลยมีถิ่นที่อยู่ และการที่ผู้เสียหายให้ทนายความช่วยฟ้องมีค่าใช้จ่าย ที่สำคัญต้องเก็บหลักฐานที่ถูกโกงมาให้ครบ แต่ถ้าผู้เสียหายแจ้งความก็จะไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยมีการเก็บหลักฐานเช่นเดียวข้างต้น

เคสลักษณะนี้ มันคือภัยออนไลน์ อย่าให้ความรีบใช้ของมาให้เร่งให้เราตัดสินใจเร่งโอนเงิน แม้ยอดเงินที่ผู้เสียหายรายนี้ถูกโกงไปหลักร้อย แต่เมื่อขึ้นชั้นศาลแต่คนโกงติดคุกได้เท่าๆกับยอดเงินหลักล้าน ถ้ามีคนโกง ก็ไม่ควรปล่อยให้ลอยนวล เพราะคนอื่นจะตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้น

มีปัญหาต้องการความช่วยเหลือ สามารถมาปรึกษาฝ่ายพิทักษ์สิทธิ์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทร : 02-248 3737 หรือ ส่ง mail มาที่ complaint@consumerthai.org หรือเดินทางมาที่ 4/2 ซอยวัฒนโยธิน แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ


ปรึกษา ร้องเรียน
สอบถามเพิ่มเติม