มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ 02 248 3737
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์
Consumer Thai Facebook page

< กลับไปหน้ารวมข่าว

ได้รับความเสียหายจากบริการทางการแพทย์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะยื่นร้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดหากได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ชีวิตสามารถเอาผิดทางคดีอาญา

เขียนโดย: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

เขียนเมื่อ: 04-04-2026 18:21

หมวดหมู่: บริการสุขภาพ

ภาพประกอบข่าว

จากกรณี เจ้าหน้าที่พยาบาล โรงพยาบาลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ใช้ยาแก้แพ้สำหรับเด็กอายุ 9 เดือน มาฉีดให้ทารกวัย 1 เดือนที่มาเข้ารับรักษาด้วยอาการ "ปอดติดเชื้อ" จนเกิดกระแสความกังวลในสังคมเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษาพยาบาล

ถึงแม้โรงพยาบาลได้เผยแพร่คำชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ อ้างยาหมดฤทธิ์แล้วและไม่พบความเสียหายต่อร่างกาย และถึงแม้ นายแพทย์ อิศวร ดวงจินดา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลด่านช้าง แถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา ยอมรับว่า เกิดจากความบกพร่องในกระบวนการ ระบุตัวตนผู้ป่วย (Patient Identification) และการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนระหว่างบุคลากร ส่วนยาที่ฉีดผิดไปคือ "คลอร์เฟนิรามีน" (Chlorpheniramine) ซึ่งเป็นยาแก้แพ้ที่เตรียมไว้สำหรับเด็กอีกรายอายุ 9 เดือนที่อยู่เตียงใกล้กัน (ไม่ใช่ยาของผู้ใหญ่ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้า) ยาดังกล่าวส่งผลให้เด็กมีอาการง่วงซึมและนิ่งไปเนื่องจากเป็นทารกวัยเพียง 1 เดือน แต่จากการติดตามอาการโดยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ไม่พบความเสียหายถาวรต่อร่างกาย และปัจจุบันฤทธิ์ยาได้หมดลงตามวงจรการออกฤทธิ์แล้ว อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันจะดำเนินการตามระบบคุณภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ส่วนหลักเกณฑ์มาตรการชดเชยเยียวยา จะพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายผู้ป่วยเป็นสำคัญ ซึ่งในกรณีนี้ยังไม่พบความเสียหาย จึงเน้นการดูแลรักษาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเป็นหลัก

แต่กรณีข้างต้นทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานความปลอดภัยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะการให้ยาในเด็กเล็กซึ่งมีความไวต่อปริมาณยามากกว่าผู้ใหญ่ หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการสอบจริยธรรมวิชาชีพพยาบาลรายดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ "เกือบตาย" เพราะความประมาทซ้ำรอยอีก

วันนี้ ( 4 เมษายน 2569 ) คุณกิตติศักดิ์ ธนันณัฏฐ์ ทนายความมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ความเห็นว่า กรณีที่เกิดขึ้น ถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เพราะพยาบาล เป็นผู้มีวิชาชีพตามข้อบัญญัติของสภาการพยาบาล เมื่อกระทำการประมาทเลินเล่อ ฉีดยาผิดประเภทต่อคนไข้ ทางผู้เสียหายหรือครอบครัว สามารถฟ้องเอาผิดตามกฏหมายคดีละเมิด รวมถึงโรงพยาบาลต้นสังกัดต้องร่วมรับผิดในฐานะเป็นนายจ้างของพยาบาล ซึ่งการเอาฉีดยาระดับโดสของเด็ก9เดือน ไปฉีดใส่เด็ก1เดือนย่อมเกิดผลกระทบทางเคมี ครอบครัวเด็ก 1เดือน ที่พยาบาลฉีดยาให้ผิดโดส สามารถใช้กฏหมายละเมิด เอาผิดได้ โดยฟ้องคดีฐานละเมิด ทั้งพยาบาลและโรงพยาบาลให้ร่วมรับผิด เพราะถึงแม้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแถลงยืนยัน ไม่เกิดอันตรายต่อเด็ก แต่ครอบครัวเด็กสามารถนำเสนอต่อศาลให้เห็นถึงขนาดโดสยาฉีดของเด็กโต มันเกินกำลังของร่างกายเด็ก 1 ขวบจนรับไม่ไหวร้องเรียนต่อสภาการพยาบาล เพื่อกำหนดบทลงโทษของพยาบาล ส่วนหลักฐานประกอบการฟ้องร้อง ได้แก่ เวชระเบียน ซึ่งผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยมีสิทธิ์ยื่นขอ โดยโรงพยาบาลไม่มีสิทธิ์บ่ายเบี่ยง, ใบสั่งแพทย์, รายการที่ฉีดยา รวมถึงหลักฐานการแถลงข่าวของผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ยอมรับพยาบาลฉีดยาผิดพลาด การฟ้องละเมิดสามารถเรียกร้องชดเชยเยียวยาเป็นเงินได้ โดยยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ส่วนความผิดทางอาญาฐานประมาทเลินเล่อทำให้ได้รับอันตรายสาหัส ต้องมีหลักฐานชัดเจนจากการฉีดยาที่ผิดพลาด เช่น เด็กหยุดหายใจชั่วขณะ หรือ เกิดอาการช็อคหรือชัก และที่สำคัญหากเด็กเสียชีวิตเท่ากับ “ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้การฟ้องร้องมีน้ำหนักเพียงพอ ผู้เสียหายควรมีหลักฐานที่ชัดเจน หากเด็กมีอาการช็อคจากการฉีดยาผิดพลาด สามารถแจ้งความเอาผิดทางอาญาได้ แต่หากฟ้องแพ่ง ทำแค่แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากเคสนี้จึงถือเป็นกรณีตัวอย่าง หากบุคลากรทางการแพทย์หรือแพทย์รักษาคนไข้ผิดพลาด

ทนายความมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บอกด้วยว่า หากเป็นเคสที่” แพทย์” วินิจฉัย-รักษาคนไข้ผิดพลาด ในฐานะเป็นผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งควบคุมโดย “แพทยสภา “ ซึ่งเมื่อมีความน่าไว้วางใจและน่าเชื่อถือต่อสังคม แต่กลับรักษาผิดพลาดจนเกิดอันตรายต่อชีวิตของคนไข้ เมื่อมีการพิสูจน์ความผิดพบเหตุจงใจ หรือ ประมาทเลินเล่อ ต้องรับผิดต่อค่าเสียหาย ทั้งนี้ พระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม ได้กำหนดจรรยาบรรณาของแพทย์ไว้ว่า “ แพทย์จะทำการรักษาต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย และข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ปี 2549 หมวดที่ 4 และหากผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากการรักษาพยาบาล ยังสามารถยื่นคำร้องไปที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สถานพยาบาลจ่ายชดเชยโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูก-ผิด


ข้อมูล สำนักงานกิจการยุติธรรม กฎหมายน่ารู้ 84


ปรึกษา ร้องเรียน
สอบถามเพิ่มเติม