ตึกสูง “ดิเอทัส” กทม.ยื้อเวลาจัดการเอกชนทำผิดกฎหมาย
เขียนโดย: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
เขียนเมื่อ: 02-12-2025 12:07
หมวดหมู่: ที่อยู่อาศัย
องค์กรผู้บริโภค ชี้ ก่อสร้างตึกสูง “ดิเอทัส” ในซอยร่วมฤดี เป็นตัวสะท้อน ความล้มเหลวของกรุงเทพมหานคร ยื้อเวลาจัดการคนผิด จี้ เร่งจัดการกว่า 60 อาคารสร้างผิดกฏหมายที่ยื่นหลักฐานนานกว่า6เดือน แต่เรื่องยังเงียบ
วานนี้ ( 1 ธ.ค. 2568 ) นางสาวณัฐวดี เต็งพานิชกุล นักกฎหมาย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บอกว่า คดีตึกสูงดิเอทัส ยังคงต้องสอบถามและขอให้เร่งดำเนินการไปยังกรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตปทุมวัน เนื่องจากระยะเวลาดำเนินการของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ใช้เวลาเวลาเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่ปี2548 ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านร้องเรียน และยังใช้เวลาดำเนินเรื่องมาถึง 11 ปี นับจากศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางให้รื้อถอนอาคารตั้งแต่ปี 2557 แต่เอกชนกลับไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา ประเด็นเหล่านี้ อาจเป็นความล่าช้าด้านอำนาจคำสั่งทางปกครอง ของ กทม.
นายก้องศักดิ์ สหศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย สภาผู้บริโภค บอกว่า ขอถามไปยัง กทม. ทำไม“ดึงเรื่องมาถึง 11 ปี “ ไม่ดำเนินคดีกับเอกชนที่ทำผิดกฎหมาย ทั้งที่มีคำพิพากษาจากศาล ทั้งที่มีอำนาจทางกฏหมายอยู่ในมือแต่กลับไม่ทำตามอำนาจหน้าที่และจริยธรรม สะท้อนให้เห็นว่า “ระบบนิติธรรม-นิติรัฐ พังหมด “ คดีตึกสูง “ดิเอทัส” เป็นแค่หนึ่งตัวอย่างที่ กทม.ละเมิดอำนาจหน้าที่ของตัวเองในการฟ้องคดีอาญากับผู้ประกอบการที่ไม่ยอมรื้อถอนตึกสูงผิดกฏหมาย ซึ่งพื้นที่ กทม. ยังมีตึกสูงสร้างผิดกฏหมายอยู่ทุกตรอกซอกซอย สภาผู้บริโภค ได้ยื่นหลักฐานที่ชัดเจนไปกว่า 60 กว่าอาคาร แต่ผ่านเกินกว่า 6เดือน ยังอ้างว่าอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ถือเป็น การจงใจละเมิดกฎหมาย และอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลย ซึ่งเป็นเหตุให้ปัญหายืดเยื้อมานาน ในทุกๆวันที่หน่วยงานรัฐเพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น คือความเสี่ยงของชีวิตประชาชน เพราะหากเกิดเพลิงไหม้หรือแผ่นดินไหว อพยพไม่ได้ รถดับเพลิงเข้าไม่ถึง และอาจเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย”
ด้าน นางสาว สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค บอกว่า ทีมสนับสนุนของสภาผู้บริโภคที่รับช่วงการติดตามและประสานงานด้านการบังคับคดีต่อจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้บริโภคในคดีตึกสูงดิเอทัส สร้างผิดกฎหมาย ได้รับการยืนยันจาก ผู้ว่า กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ นายวิศณุ สำราญรมย์ ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน *จะปิดป้ายล้อมรั้วอาคารดิเอทัส พร้อมเตรียมเข้าสู่กระบวนการรื้อถอน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้ ซึ่งต้องติดตามดูความคืบหน้า พร้อมฝากถึงผู้ประกอบการเมื่อสร้างตึกสูงขอให้ยึดกฏหมายและคำนึงถึงความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ มหากาพย์ตึกสูง “ดิเอทัส” สร้างผิดกฎหมายภายในซอยร่วมฤดี ถนนเพลินจิต ที่กว้างไม่เกิน10เมตร แต่เขตปทุมวัน กลับปล่อยให้มีการก่อสร้างอาคารที่สูงผิดกฏหมาย เหตุเริ่มเมื่อปี 2548 มีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่จำนวน 2 อาคาร โดยมีอาคารที่มีความสูง 18 ชั้น ของบริษัท ลาภประทาน และ อาคารที่มีความสูง 24 ชั้น ของบริษัท ทับทิมทร ของบริษัทเอกชน บริเวณปากซอยร่วมฤดี 2 ภายในซอยร่วมฤดี โดยอ้างเอกสารรับรองของ สำนักงานเขตปทุมวันที่ระบุว่า "ซอยร่วมฤดี มีความกว้างของถนนเกิน 10 เมตรตลอดแนว " จากการต่อสู้ของผู้เสียหาย24รายที่ได้รับผลกระทบจากเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย นับตั้งแต่ปี2548 เพราะเกิดเหตุเพลิงไหม้แต่รถดับเพลิงเข้าไปไม่ได้ ทว่า กทม.ยังเพิกเฉย จึงมาร้องมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เมื่อปี2549 เพื่อช่วยเหลือฟ้องคดีเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2551 กระทั่งศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารตั้งแต่ปี 2557 แต่เอกชนกลับไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา แถมปี2564ยังยื่นฟ้อง กทม. เพื่อเรียกเงินชดเชย กระทั่ง27 พฤศจิกายน 2568 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น ให้ “ดิเอทัส” ต้องรื้อถอนอาคารสูงผิดกฎหมาย เนื่องจากการฟ้องคดีในครั้งนี้เป็นการฟ้องเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะ และไม่มีเหตุพิเศษที่ศาลจะรับไว้พิจารณาตามกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง ส่งผลให้คำสั่งรื้อถอนอาคารยังคงมีผลตามกฎหมาย
ข้อมูลอ่านประกอบ
19 ปี ปิดฉากคดี “ดิเอทัส ซอยร่วมฤดี ปัญหาการก่อสร้างอาคารสูงในซอยแคบ”?
