มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ 02 248 3737
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์
Consumer Thai Facebook page

< กลับไปหน้ารวมข่าว

ผลทดสอบชาไทยสำเร็จรูป ร้อยละ 73 ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน

เขียนโดย: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

เขียนเมื่อ: 26-11-2025 11:18

หมวดหมู่: อาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ภาพประกอบข่าว

สภาองค์กรผู้บริโภคและนิตยสารฉลาดซื้อ เผยผลทดสอบชาไทยสำเร็จรูป ร้อยละ 73 ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน! แนะตลาดชาปรับตัวเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ย้ำ‘อร่อยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่ใส่สี’ ทำได้จริง

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 สภาผู้บริโภค ร่วมกับ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดงานแถลงข่าว “ผลทดสอบสีในชาปรุงสำเร็จ ที่ห้องประชุมมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อเฝ้าระวังสินค้าด้วยการทดสอบและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า ตามวัตถุประสงค์โครงการเฝ้าระวังสินค้าด้วยการทดสอบสินค้าประจำปี 2568 ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ได้สุ่มสำรวจชาผงสำเร็จรูป เพื่อตรวจสอบวัตถุเจือปนอาหาร สีสังเคราะห์ เรื่อง สีในชา ชาผงสำเร็จรูปและชาปรุงสำเร็จ โดยเก็บตัวอย่างชาไทยปรุงสำเร็จ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 สุ่มซื้อจากร้านจัดจำหน่ายออนไลน์ 13 ตัวอย่าง และซื้อที่ร้านจัดจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล 2 ตัวอย่าง รวมทั้งหมด 15 ตัวอย่าง จากนั้นได้ส่งตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณสีสังเคราะห์ (Synthetic food colour) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 444) พ.ศ. 2566 เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 3) ครอบคลุมสารสังเคราะห์จำนวน 10 รายการ ประกอบด้วย

1.Tartrazine INS102 ,

2.Ponceau 4R INS124,

3.Sunset yellow FCF INS110,

4.Allura Red AC INS129,

5.Carmoisine or Azorubine INS122,

6.Erythrosine INS127,

7.Fast green FCF INS143,

8.Brilliant blue FCF INS133,

9.Patent blue V INS131,

10.Quinoline yellow INS104

โดยก่อนนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สภาผู้บริโภค ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ร่วมกันดำเนินการทดสอบสีในชา ชาผงสำเร็จรูปและชาปรุงสำเร็จ 20 ตัวอย่างและพบว่า ร้อยละ 50 แสดงฉลากไม่ครบถ้วน โดยวิธีการและห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025

ชาไทยปรุงสำเร็จรวมทั้งหมด 15 ตัวอย่างแสดงฉลากยี่ห้อ ดังนี้

1.Bluemocha ชาแดง ชาไทย

2.LongBeach Thai Tea

3.Tenju ชาไทย

4.มังกรบิน ชาแดงผงปรุงสำเร็จ กลิ่นวานิลลา

5.ดอยชาไทย ชาแดง ชาไทย

6.ชาไทยผงปรุงสำเร็จลุงเป๋อ ตราฮิลล์คอฟฟ์

7.ม้าบิน ชาแดงอัสสัม

8.เจดี ไทยชา ชาไทยผงปรุงสำเร็จ

9.666 ชาผงปรุงสำเร็จ (สูตรชาไทย)

10.ช้างทอง ชาผงปรุงสำเร็จ สูตรชาไทย

11.ชาตรามือ ชาผงปรุงสำเร็จ ต้นตำรับชาไทย

12.บอนกาแฟ ชาผงปรุงสำเร็จ สูตรต้นตำรับ

13.ชาไทย ตราสิงห์ (ชาแดง)

14.ชาไทย ตรานกอินทรีย์ทอง

15.ชาใต้ ตราอินทรีแดง

ทัศนีย์ แน่นอุดร รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และบรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ กล่าวว่า ชาไทยสำเร็จรูปทั้ง 15 ตัวอย่าง เมื่อได้พิจารณาจัดประเภทชาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 196 พ.ศ.2543 เรื่อง ชา พบว่าเป็น 2 ประเภทคือ ข้อ3(1) หมวด

1.1 ชาใบแต่งกลิ่น และข้อ 3(3) ชาปรุงสำเร็จ จำนวน 13 ตัวอย่าง ซึ่งอนุญาตให้ใส่สีได้ และ ข้อ3(1) หมวด 1.2 ชาใบไม่แต่งกลิ่น(ใส่สีไม่ได้) จำนวน 2 ตัวอย่าง ผลการทดสอบโดยสรุป

• จากทั้งหมด 15 ตัวอย่าง ผลการทำสอบครั้งนี้ จำนวน 11 จาก 15 ตัวอย่าง ไม่ตรงตามเกณฑ์ที่ กม. อนุญาต หรือคิดเป็นร้อยละ 73

• ผลการทดสอบสีสังเคราะห์ 10 รายการพบ จำนวน 4 รายการ คือ 1.Tartrazine 2.Ponceau 3.Sunset yellow 4.Brilliant blue

• ชาจำนวน 13 ตัวอย่าง(หมวดอาหาร 14.1.4 เครื่องดื่มแต่งกลิ่นรส) พบว่า ไม่ตรงตามเกณฑ์ที่ กม. อนุญาต จำนวน 9 ตัวอย่าง คือ Bluemocha ชาแดง ชาไทย,LongBeach Thai Tea, Tenju ชาไทย ,ดอยชาไทยชาแดง ชาไทย,ชาไทยผงปรุงสำเร็จลุงเป๋อ ตราฮิลล์คอฟฟ์,ม้าบิน ชาแดงอัสสัม, เจดี ไทยชา ชาไทยผงปรุงสำเร็จ,บอนกาแฟ ชาผงปรุงสำเร็จ สูตรต้นตำรับ,ชาไทย ตรานกอินทรีย์ทอง และเป็นไปตามเกณฑ์ที่ กม.อนุญาต จำนวน 4 ตัวอย่าง คือ มังกรบิน ชาแดงผงปรุงสำเร็จ กลิ่นวานิลลา,666 ชาผงปรุงสำเร็จ (สูตรชาไทย) ,ชาตรามือ ชาผงปรุงสำเร็จ ต้นตำรับชาไทย, ชาไทย ตราสิงห์ (ชาแดง)

• ชา 2 ตัวอย่าง(หมวด 14.1.5 กาแฟ เครื่องดื่มแทนกาแฟ ชา ชาสมุนไพรชนิดชงดื่ม(Herbal infusion) และเครื่องดื่มจากธัญชาติชนิดต่างๆ ไม่รวมโกโก้) ไม่อนุญาตให้ใส่สีเลย แต่ตรวจพบ คือช้างทอง ชาผงปรุงสำเร็จ สูตรชาไทย,ชาใต้ ตราอินทรีแดงพบว่า ไม่ผ่านมาตรฐานทั้ง 2 ตัวอย่าง พบสีสังเคราะห์ Sunset yellow 82.56 มก./กก.และ 108.31 มก./กก. ตามลำดับ

• มีตัวอย่างที่พบสีสังเคราะห์ทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ 1.Tartrazine 2.Ponceau 3.Sunset yellow 4.Brilliant blue และมี Sunset yellow ปริมาณสูงที่สุด คือ 4127.42 มก./กก. คือตัวอย่างที่แสดงฉลากยี่ห้อ ดอยชาไทย ชาแดง ชาไทย

“ประเด็นที่เราอยากสื่อสารถึงผู้บริโภคคือสารสังเคราะห์หรือสีสังเคราะห์ในชาผงสำเร็จรูปยังมีอยู่ในปริมาณสูง แม้ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อจะดำเนินการทดสอบ และรณรงค์สื่อสารถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ในตัวอย่างชาที่ตรงตามเกณฑ์ที่ กม. อนุญาตก็ไม่ควรวางใจ เพราะในการซื้อชาไทยดื่มจริงในชีวิตประจำวัน การชงชาของร้านเครื่องดื่มแต่ละร้านอาจมีสูตรเฉพาะตัวที่ใช้ชาผงสำเร็จรูปหลายชนิดรวมกันซึ่งตรงนี้ย่อมทำให้การบริโภคต่อแก้วได้รับสารสังเคราะห์ที่หลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย”

คุณโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค

แสดงข้อสังเกตว่า“ในจำนวนชาผงสำเร็จรูป 15 ตัวอย่าง เรายังพบว่าคำแนะนำในการบริโภคแตกต่างหลากหลายได้อย่างมาก เช่น บางยี่ห้อฉลากกำหนด ให้ใช้เพียง 2 ก.ต่อน้ำร้อน 240 มล.ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที บางยี่ห้อให้ใช้ ผงชา 20 ก. แช่ในน้ำร้อน180 มล. 4 นาที ย่อมสะท้อนว่าความเข้มข้นของชาแต่ละชนิดแตกต่างกันมาก บางยี่ห้อการชงกำหนดให้ใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การบริโภคจึงต้องปฏิบัติตามฉลาก จุดนี้ยิ่งเป็นเรื่องน่าห่วงกังวลต่อผู้บริโภค เพราะจากทั้งหมด 15 ตัวอย่าง มี 6 ตัวอย่าง ฉลากไม่ระบุเวลาแช่ ทำการกำหนดเงื่อนไขการชงที่ชัดเจนอีกทั้งเชื่อว่าการบริโภคส่วนใหญ่ซื้อจากร้านแบบพร้อมดื่ม เพราะสะดวกไม่ได้ชงเอง การบริโภคเครื่องดื่มชาไทยในวันนี้เพื่อความปลอดภัยต่อตัวท่านเองจึงต้องบริโภคแต่น้อย”

และกล่าวเสนอว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคเห็นความสำคัญของการเฝ้าระวังการบริโภคชาไทยเพราะเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากมูลค่าทางการตลาดและยังคงมีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ เข้ามาผลิตมากขึ้น ซึ่งการทดสอบสีในชา ชาผงสำเร็จรูปและชาปรุงสำเร็จที่ได้ดำเนินการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมายังพบว่า ร้อยละ 50 พบแสดงฉลากไม่ครบถ้วน และพบสารสังเคราะห์ปริมาณสูง เข้มข้นจึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวัง เตือนภัยผู้บริโภคต่อไป เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าชาไทย ชาผงสำเร็จรูปและชาปรุงสำเร็จ และเชื่อมั่นว่าอยู่ในขอบเขตที่ผู้ประกอบการสามารถทำได้อย่างแน่นอน

“ผมคิดว่าในระยะเพียง 1 – 2 ปี ที่สังคมเราในหลายภาคส่วนได้ร่วมการเฝ้าระวัง รณรงค์เรื่องสารสังเคราะห์ในเครื่องดื่มชาไทย เราได้เห็นแล้วว่ามีความตื่นตัวและการเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้ วันนี้เราได้เห็นว่าหลายยี่ห้อออกเมนูใหม่ๆ เป็นชาไทยที่ไม่ไส่สีแล้ว ซึ่งเราย่อมทำได้เพราะการส่งออกชาไทยไปต่างประเทศของเราก็ดำเนินการด้วยมาตรฐานที่ไม่ใส่สารสังเคราะห์หรือใส่แต่ในปริมาณที่ไม่เกินมาตรฐานมานานแล้ว ผมจึงมั่นใจว่า เราจะเปลี่ยนผ่านไปสู่การบริโภคชาไทยที่ปลอดภัยได้ครับ”

โสภณ ยังกล่าวต่ออีกว่า ข้อเรียกร้องสำคัญและขอเรียกร้องต่อไปต่อการเฝ้าระวังมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าชาไทย ชาผงสำเร็จรูปและชาปรุงสำเร็จคือเรื่องฉลากที่ในวันนี้ต้องแสดงส่วนประกอบสีผสมอาหาร การแจ้งข้อมูลการบริโภคที่ชัดเจน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเข้ามาคุ้มครองผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานได้

อ่านผลทดสอบได้ที่นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค


ปรึกษา ร้องเรียน
สอบถามเพิ่มเติม