มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์ 02 248 3737
ให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์
Consumer Thai Facebook page

< กลับไปหน้าคลังข้อมูล

หนี้บัตรเครดิต

หมวดหมู่: การเงินการธนาคาร

เป้าหมายของคำแนะนำนี้

เป็นหนี้บัตรครดิต ควรทำอย่างไร, หนี้บัตรเครดิตผ่อนชำระได้ไหม, ไม่จ่ายค่าบัตรเครดิตเป็นระยะเวลาเท่าไรถึงจะโดนฟ้อง, เป็นหนี้บัตรเครดิตผ่อนไม่ไหวควรทำอย่างไร

คำแนะนำ

ถามตอบ Q&A ประเด็นปัญหาหนี้บัตรเครดิต

Q : วิธีการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต

A :

  1. หยุดใช้บัตรเครดิตและหันมาใช้จ่ายด้วยเงินสดแทน วางแผนจัดการแก้ปัญหาหนี้สินให้หมดโดยเร็ว
  2. ทยอยจ่ายหนี้ให้เร็วที่สุด
  3. ปรึกษากับเจ้าหนี้ เมื่อทำทุกอย่างแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้หนี้ยังไง ควรคุยกับเจ้าหนี้เพื่อหาทางประนอมหนี้
  4. ปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย หยุดซื้อในสิ่งที่ไม่จำเป็น จากนั้นนำเงินที่เหลือไปชำระหนี้บัตรเครดิตโดยจ่ายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  5. หาอาชีพที่มีรายได้เสริมในช่วงหลังเลิกงาน หรือเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้เกิดรายรับเพิ่มขึ้น

Q : มีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ หรือจ่ายไม่ไหว ต้องทำอย่างไร

A :

  1. หยุดใช้บัตรเครดิต
  2. ทำบัญชีรายรับและรายจ่าย / บัญชีครัวเรือน เพื่อแสดงรายได้และรายจ่ายทุกวัน
  3. ห้ามกู้หนี้สินทุกประเภทเพื่อนำมาโปะหนี้บัตรเครดิต
  4. หาเงินเพิ่มทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการขายทรัพย์สินบางอย่างหรือหางานเสริม เพื่อนำมาใช้หนี้
  5. ปรึกษาเจ้าหนี้ หรือติดต่อกับเจ้าหนี้แต่ละราย เริ่มจากรายที่ยอดจ่ายหนี้น้อยไปหารายที่ยอดจ่ายมาก เพื่อขอทราบแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ของสถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆแล้วจึงนำมาลองปรับใช้ในการชำระหนี้
  6. ปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย การควบคุมเรื่องการใช้จ่ายด้วยการหยุดซื้อในสิ่งที่ไม่จำเป็น
  7. เก็บเงินตามกำลังเพื่อปิดบัญชีในอนาคต

Q : เป็นหนี้บัตรเครดิต ผ่อนได้ไหม

A : ผ่อนปกติตามเงื่อนไขหรือข้อตกลงของสถาบันการเงิน หรือธนาคารนั้นๆ อาทิเช่น ต้องชำระไม่เกินขั้นต่ำ คือ 15% ต่อเดือน หรือชำระยอดหนี้ทั้งหมด เป็นต้น หากถูกฟ้องเป็นคดีต่อศาล ก็ยังสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างโจทก์(เจ้าหนี้) กับจำเลย(ลูกหนี้) ที่ศาลโดยมีผู้พิพากษาหรือผู้ประนอมของศาลเป็นคนกลางเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยยื่นข้อเสนอผ่อนชำระตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลได้

Q : เป็นหนี้บัตรเครดิตสามารถทำการไกล่เกลี่ยได้ไหม

A : ในกรณีที่ถูกดำเนินคดีต่อศาลตามภูมิลำเนาของจำเลย ศาลจะทำการนัดไกล่เกลี่ย โดยมีผู้พิพากษาหรือผู้ประนอมที่ได้รับการแต่งตั้งจากศาลที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อลูกหนี้

Q : ผิดนัดชำระหนี้นานแค่ไหน ถึงโดนฟ้องศาล

A : เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ ,ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ในส่วนที่รับได้ ,ประวิงเวลาเพื่อไม่ให้มีการบังคับคดีเกิดขึ้น (เป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท)

Q : ผิดนัดชำระหนี้นานแค่ไหน ถึงโดนฟ้องศาล

A : ถ้าค้างจ่ายครบ 3 เดือนก็เข้าข่ายเป็นหนี้เสีย หากลูกหนี้กับเจ้าหนี้ยังตกลงกันไม่ได้ หรือลูกหนี้ไม่ยอมติดต่อ ผ่านไประยะหนึ่งเจ้าหนี้จะฟ้องดำเนินคดีกับลูกหนี้ และถ้าคดีสิ้นสุดมีคำพิพากษาและยังไม่มีการชำระหนี้ ก็จะนำไปสู่การสืบทรัพย์ และเข้าสู่การบังคับคดี ได้แก่ การอายัดเงินเดือน ยึดทรัพย์-ขายทอดตลาด นับตั้งแต่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ครั้งสุดท้าย ระยะเวลา 2 ปีคดีเป็นอันขาดอายุความ ซึ่งลูกหนี้หรือจำเลยในคดีต้องยกขึ้นมาต่อสู้หรือยื่นคำให้การจำเลย

Q : คดีบัตรเครดิตจะเริ่มนับอายุความเมื่อใด

A : ในคดีบัตรเครดิตโดยทั่วไป เมื่อเจ้าหนี้ได้แจ้งกำหนดการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ทราบแล้ว เมื่อถึงกำหนดลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด อายุความจะเริ่มนับทันทีในวันถัดไป โดยมีอายุความทั้งสิ้น 2 ปีนับจากผิดนัดชำระหนี้ ถ้าหากธนาคารไม่ได้ฟ้องร้องในเวลา 2 ปี คดีก็เป็นอันขาดอายุความ ซึ่งส่งผลให้ธนาคารหมดสิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้

Q : เป็นหนี้บัตรเครดิตมา 9 ปีที่แล้ว แต่เพิ่งได้หมายศาล ทำอย่างไร

A : ให้ทำการสู้คดี โดยหาเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงว่าได้ทำการหยุดจ่ายหนี้ดังกล่าวเกิน 2 ปีแล้ว เพื่อใช้ประกอบการยื่นคำให้การกับจำเลย และให้สู้คดีในเรื่องของอายุความเท่านั้น โดยลูกหนี้ต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดีในเรื่องของการขาดอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งศาลก็จะนำมาพิจารณาตรวจสอบดูข้อเท็จจริง และถ้าหากเป็นจริงตามที่ลูกหนี้ยื่นคำให้การต่อสู้มา ทางศาลก็จะทำการยกฟ้อง (ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามมาตรา 193/29 กำหนดไว้ว่า เมื่อไม่ได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะอ้างเอาอายุความมาเป็นเหตุยกฟ้องไม่ได้)

Q : ข้อมูลบัตรเครดิตรั่วต้องทำยังไง

A :

1.รีบดำเนินการแจ้งต่อธนาคาร(เจ้าของบัตร) เพื่อขออายัดการใช้งานบัตรเครดิต

2.เปลี่ยนรหัสใหม่ ของบัตรเครดิต

3.แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน แบบแจ้งความเพื่อดำเนินคดี และห้ามแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐาน

Q : มีใบแจ้งหนี้/ถูกเรียกเก็บเงิน ทั้ง ๆ ที่บัตรหาย ต้องทำอย่างไร

A : ตรวจสอบรายการในใบแจ้งหนี้ว่ามีรายการที่ผู้บริโภคไม่ได้เป็นผู้ใช้หรือไม่ ถ้ามีการเรียกเก็บเงินรายการแปลกๆ ให้ผู้บริโภคดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. ทำหนังสือปฏิเสธรายการเรียกเก็บเงินที่ผู้บริโภคไม่ได้ใช้ และแนบสำเนาใบลงบันทึกประจำวัน ส่งไปยังธนาคารหรือสถาบันการเงินเจ้าของบัตร ณ สำนักงานใหญ่ โดยส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ถึง ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือ ตำแหน่งอื่นๆ ที่เทียบเท่า
  2. เก็บเอกสารทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
  3. ชำระหนี้บัตรเครดิตตามรายการที่ได้ใช้จ่ายจริง ยกเว้นหนี้ที่เกิดจากบัตรสูญหายหรือถูกขโมย
  4. ทุกครั้งที่ธนาคารแจ้งให้ชำระหนี้รายการที่ไม่ได้ใช้งานจริง ให้ทำหนังสือแจ้งปฏิเสธรายการที่ไม่ได้ใช้ทุกครั้ง
  5. ถ้าถูกฟ้องคดี ต้องสู้คดี ให้เตรียมตัวในการสู้คดีด้วย อย่าละเลยหรือปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจมีคำพิพากษาให้ชำระเงินได้หากไม่สู้คดี

เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน

  1. สำเนาหนังสือปฏิเสธรายการใช้บัตรเครดิต หรือ หนังสือทักท้วงการใช้บัตรเครดิต
  2. สำเนาภาพถ่ายบัตรเครดิตใบที่เกิดปัญหา (ถ้ามี)
  3. ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต (ถ้ามี)
  4. ใบไปรษณีย์ตอบรับ
  5. ใบแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด หรือคนร้าย
  6. ลายเซ็นของมิจฉาชีพที่ปลอมแปลงว่าเป็นลายเซ็นเรา โดยขอจากธนาคารเพื่อนำมาเป็นหลักฐานใชช้ในการเปรียบเทียบระหว่างลายเซ็นของเราและของมิจฉาชีพ
  7. หาหลักฐานเรื่องที่อยู่ เพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้อยู่ที่แห่งนั้นในขณะมีการรูดบัตร

CASE by CAES

ประเด็น: เป็นหนี้บัตรเครดิต3แสน หนี้รถยนต์5แสน ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ ควรทำยังไงดีคะ เป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่หลายธนาคารรวมๆประมาณ 350,000 เป็นหนี้รถยนต์เหลือประมาณ 570,000 รถยนต์ผ่อนเดือนล่ะ 10,000 รถยังพอผ่อนไหว แต่บัตรผ่อนไม่ไหวค่ะ พอจะมีธนาคารไหนรวมบัตร หรือ สินเชื่อไหนมาปิดบัตรได้บ้างคะ รถยนต์เป็นก้อนบอลูน ผ่อนแล้ว19งวดเหลืออีก65งวด เอารถไปขอสินเชื่อใหม่มาปิดบัตร หรือทำไงได้บ้างคะมี ใครพอจะแนะนำได้ไหมคะ

แนวคำตอบ:

เมื่อท่านผ่อนหนี้บัตรเครดิตไม่ไหว ท่านต้องบริหารจัดการเงินอย่างระมัดระวัง โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้

  1. เริ่มจากควบคุมค่าใช้จ่าย มีวินัยการใช้เงิน ให้งดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และงดการใช้บัตรเครดิตทุกใบทำบัญชี
  2. ตรวจสอบหนี้ของตนเอง ดูว่าเรามีหนี้ทั้งหมดกี่แหล่ง ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยเมื่อรวมยอดทุกรายการแล้ว เป็นเท่าไหร่
  3. แจกแจงค่าใช้จ่าย ควรทำบัญชีรายรับ รายจ่าย เพื่อให้ทราบว่าในแต่ละเดือน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่าเช่าบ้าน/ผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าผ่อนรถหรือค่าเดินทางไปทำงาน เพื่อทราบค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน ( ควรมีตัวอย่างแบบฟอร์ม)
  4. ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ รายได้ที่มีหักรายจ่ายทั้งหมด ดูว่าเหลือเท่าใด เพราะอาจจะส่งผลให้เรากลับมาเป็นหนี้ได้อีก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เงินผ่อนชำระก็ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้
  5. กรณีไหนที่ “ควร” หรือ “ไม่ควร” กู้เงินเพื่อปิดหนี้บัตรเครดิต กรณีที่ควร: หากคุณเป็นหนี้บัตรเครดิตและมีการชำระขั้นต่ำหรือมากกว่ามาโดยตลอดแต่หนี้ยังไม่ลดลง และมีหนี้อยู่ในจำนวนที่สามารถกู้เงินมาปิดได้ทั้งหมด กรณีนี้แนะนำให้คุณติดต่อกับทางสถาบันการเงินที่คุณต้องการยื่นกู้ได้ทันที เมื่อทางสถาบันการเงินทำการตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่ามีการจ่ายหนี้เป็นประจำ จะถือว่าเครดิตดีไม่มีปัญหา และได้รับอนุมัติการกู้เงินปิดบัตรเครดิตได้ไม่ยาก กรณีที่ไม่ควร: หากมีประวัติค้างชำระเป็นเวลานาน ไม่ยอมจ่ายติดกันหลายเดือน หรือมีจำนวนหนี้สูงเกินกว่าที่จะกู้เงินมาปิดยอดทั้งหมดได้ กรณีนี้หากไปยื่นกู้จะมีโอกาสที่จะถูกปฏิเสธสูงมาก โดยทางสถาบันการเงินอาจพิจารณาว่าเป็นผู้มีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดี หรือมองว่าจะเป็นการทำให้เกิดหนี้ซ้ำซ้อนทั้งจากหนี้เก่าที่ปิดยอดไม่หมด และหนี้ใหม่ ทางที่ดีควรผ่อนชำระตามกำหนดทุกเดือนเพื่อรักษาเครดิต เมื่อจำนวนเงินลดลงมาต่ำจนสามารถกู้มาปิดยอดได้ จึงติดต่อไปยังสถาบันการเงิน
  6. หาอาชีพเสริม เช่น นำสิ่งของที่เหลือใช้ ขายเพื่อให้เกิดเงินสดเพิ่ม

ประเด็น: เป็นหนี้บัตรเครดิตประมาณ 1,000,000 บาท ผ่อนไม่ไหว จะทำอย่างไรดี ขอปรึกษา ท่านผู้มีความรู้ทึกท่าน ตอนนี้เป็นหนี้บัตรเครดิตประมาณ 1,000,000 บาท ผ่อนไม่ไหว จะทำอย่างไรไม่ให้เสียประวัติ คือไม่ใช่คนฟุ่มเฟือย หรือใช้จ่ายเยอะ แต่เนื่องจากกู้มาเพื่อลงทุน Forex คือ การเทรดค่าเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดเงินทุนที่มีความผันผวนสูงที่สุดในโลก ด้วยความโลภหวังว่า จะได้กำไรหลายเท่าตัว เข้าเทรดโดยใช้อารมย์ ความโลก ความอยาก ใจร้อน นำหน้าความรู้ ผลสุดท้าย พังพินาศ ตอนนี้เป็นหนี้บัตรเครดิตเกือบล้าน เงินเดือนไม่พอผ่อนแล้ว ขอคำแนะนำว่า ควรจะทำอย่างไร ไม่ให้ติด black list หรือ โดนฟ้องล้มละลาย โดยจากที่คำนวณยอดหนี้ กับเงินเดือนแล้ว

แนวคำตอบ:

  1. ตั้งสติ ทำรายการสรุปหนี้ทั้งหมด ทั้งในระบบและนอกระบบ ว่ามีทั้งหมดเท่าไร
  2. หยุดจ่ายหนี้บัตรทั้งหมด เพราะหากไม่หยุดจ่าย ก็อาจไม่มีเงินเหลือเลย สุดท้ายก็จะกลับเป็นหนี้เหมือนเดิม
  3. อย่ากลัวการต้องติดแบล็คลิสต์ อย่างมากก็เพียงสามปี
  4. ให้คำแนะนำ เกี่ยวกับสิทธิลูกหนี้ตาม กม.ทวงถามหนี้ เช่น ระยะเวลาทวงหนี้ พฤติกรรมต้องห้ามในการทวงหนี้
  5. ทำสรุปรายรับ รายจ่ายประจำเดือน พยายามลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
  6. วางแผนเก็บเงิน และวางแผนในการชำระหนี้บัตรแต่ละ

ประเด็น: ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ เป็นหนี้อิออนอยู่30,000บาทเมื่อปี60ไปขึ้นศาลไกล่เกลี่ยแต่จบที่ศาลให้กลับไปรอคำสั่งศาลและหลังจากนั้นก็หายไปจนมาถึงปี64ทางอิออนโทรมาว่าตอนนี้เป็นหนี้พร้อมดอก70,000กว่าถ้ายอมชำระจะลดให้เหลือ45000ซึ่งต้องจ่ายสดได้อย่างเดียว แต่ทางเราไม่สามารถจ่ายได้เพราะตั้งแต่ช่วงโควิดมาก็ตกงานขายของก็ได้นิดหน่อยไม่มีเงินก้อนจะจ่ายทางอิออนจะทำเรื่องส่งกองบังคับคดีเพื่อดำเนินการต่อเราจะทำยังไงดีคะ

แนวคำตอบ:

ให้ผู้บริโภคทำคำร้องขอคัดถ่ายคำพิพากษา และให้เขาไปยื่นต่อศาล เพื่อตรวจสอบว่ายอดตรงกันหรือไม่ คำนวณหนี้ต้นทุน และดอกเบี้ย ที่ศาลกำหนดให้ชำระหนี้ว่าถูกต้องตามที่บ.อิออน แจ้งต่อท่านหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่มีทรัพย์สินที่เป็นชื่อตนเอง เช่น บ้านและที่ดิน และไม่ได้ทำงานประจำ เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถยึดทรัพย์ท่านได้ ทั้งนี้ ระยะเวลาติดตามบังคับคดี มีเวลา 10 ปี (นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาศาล) หากสงสัยขั้นตอนการทำคำร้องขอคัดถ่ายคำพิพากษาหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ให้ติดต่อมายังมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ทาง Inbox เพจมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทร. 02-2483734-37 หรือ complaint@consumerthai.org

ประเด็น: ใครแนะนำธนาคารที่ช่วยคนติดเครดิตบูโรได้บ้างคะ #หนี้บัตรเครดิต #ติดบูโร ขอความเห็นค่ะ ส่วนตัว มีบัตรเครดิต 4 ใบ 1.อิออน ชำระล่าช้าไม่ถึง 60 วัน ยอด 30,000 2.เฟิสช้อย ชำระล่าช้า ไม่ถึง 60 วัน 31,000 3.โลตัส ค้างชำระเกิน 200 วัน 30,000 4.ธนชาติ ค้างชำระเกิน 90 วัน 19,000 5.มีประวัติชำระงวดรถล่าช้า ปัจจุบัน ขายรถแล้วเมื่อ 1 เดือนก่อนเนื่องจากขายเพราะจะโดนยึดค้างชำระถึงงวด 5 ขายไม่ได้กำไร มีหนี้ สหกรณ์ 3 ล้านบาท ทำงานรับราชการ อยากทราบว่านอกจากกรุงไทย(ที่ไม่ช่วยอะไร) แม้จะรับเงินเดือนผ่านธนาคารนั้น ถ้าไม่คิดค้างชำระเกิน 200 วัน สามารถกู้ของกรุงไทยธนวัฏ ได้ ยอด 300,000 บาท แต่ติดเรื่องบูโร จึงกู้ไม่ได้ ใครพอจะแนะนำหนทางอื่นได้บ้างคะ เดือดร้อนมากค่ะ ปล.ขอคำแนะนำนะคะไม่ขอคำซ้ำเติมค่ะ ที่เป็นหนี้ทั้งหมด คือดำเนินชีวิตผิดพลาดไปค่ะ สำนึกผิดเมื่อสาย ควรเข้าคลินิกแก้หนี้ดีมั้ยคะ #หนี้บัตร

แนวคำตอบ:

เครดิตบูโรไม่สามารถแก้ไขได้จะยังคงอยู่ตลอดตราบใดที่ผู้ร้องยังไม่สามารถปิดบัญชีได้ ถึงแม้จะปิดแล้วข้อมูลก็ยังไม่ได้หายไป จะอยู่ถึง 3 ปี ถึงจะลบไปโดยอัตโนมัติ ในส่วนของหนี้บัตรเครดิตถ้าไม่สามารถชำระหนี้ได้ต่อไป การหยุดชำระหนี้ถือเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ร้องได้ แต่เมื่อหยุดแล้วต้องเก็บเงินเพื่อปิดหนี้ในอนาคต โดยการเก็บเงินให้เก็บตามกำลังที่ผู้ร้องสามารถเก็บได้ เมื่อพร้อมจึงเสนอเจ้าหนี้เพื่อ แฮร์คัตต่อไป ในส่วนของทรัพย์สินที่เป็นชื่อของผู้ร้องไม่ทราบว่ามีเงินเดือนแต่เพียงอย่างเดียวหรือไม่ เพราะถ้ามีเงินเดือนอย่างเดียวและเป็นข้าราชการ เจ้าหนี้จะไม่สามารถบังคับคดีได้ ทำให้ผู้ร้องไม่ต้องกดดันในเรื่องของการบังคับคดี กรณีมีปัญหาหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมกรุณาติดต่อกลับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ทาง Inbox เพจมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทร. 02-2483734-37 หรือ complaint@consumerthai.org

ประเด็น: ปัญหาหนี้บัตรเครดิต หนี้นอกระบบ สวัสดีค่ะทุกคน ฉันคืนคนคนนึงที่หลงในค่าของเงิน ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จนมาถึงตอนนี้มารู้ตัวอีกที หนี้ก็ท่วมหัว เอาตัวเองไม่รอด ขอแจกแจงหนี้ในระบบก่อนน่ะค่ะ 1. บัตรเครดิตกรุงศรี ยอดหนี้ค้างล่าสุด 24000 บาท (จะหยุดชำระ 20/8/64) 2. บัตรเฟริสช้อย ยอดหนี้ค้างล่าสุด 44000 บาท (จะหยุดจ่าย 30/8/64) 3. บัตรกดเงินสดกสิกร ยอดหนี้ค้างล่าสุด 42000 บาท (จะหยุดจ่าย 28/8/64) 4. บัตรยุเมะพลัส ยอดหนี้คงค้างล่าสุด 25000 บาท (จะหยุดจ่าย 2/8/64) 5. line bk ยอดหนี้คงค้างล่าสุด 20000 บาท (จะหยุดจ่าย 5/9/64) ส่วนหนี้นอกระบบ 1. เพื่อนที่ทำงาน ยอดหนี้ 67000 บาท รวมหนี้ทั้งหมด ประมาณ 222000 บาท ส่วนตัว สถานะโสด เป็นพนักงานบริษัท เงินเดือน 23500 บาท + โอที/เดือน 2000-3000 บาท รวมรับสุทธิ 25500 บาท ตอนนี้คิดว่าจะหยุดจ่ายแล้วเก็บเงินรอ HC ค่อยๆทุบแต่ละใบ คร่าวๆที่ทำบัญชี หักค่าใช้จ่ายแล้วสามารถเก็บได้ต่อเดือนประมาณ 9000 บาท คิดไว้ว่า 2 ปี ก็จะสามรถปิดหนี้ได้หมด (2 ปีคิดว่าได้โบนัสประมาณ 60000 บาท) นำมาบวกเงินที่เก็บด้วย อยากถามผู้มีประสบการณ์ ภายใน 2 ปี ใครยังไม่โดนฟ้องบ้าง แต่ละแบงค์ใครได้ HC กี่% ขอบคุณค่ะที่อ่าน

แนวคำตอบ:

สิ่งที่ผู้ร้องคิดมานั้นมาถูกวิธีแล้ว กล่าวคือ ถ้าไม่สามารถผ่อนชำระได้อย่าไปกู้หรือผ่อนชำระขั้นต่ำเนื่องจากหนี้จะไม่มีวันหมด ควรหยุดชำระและเก็บเงินไว้เพื่อที่จะปิดบัญชีโดยการต่อรองลดหนี้ลงมาหรือแฮร์คัตในอนาคต ส่วนในแต่ละธนาคารจะมีการแฮร์คัตกี่เปอร์เซ็นต์นั้นก็ต้องแล้วแต่นโยบายของแต่ละธนาคารเป็นหลัก รวมไปถึงการที่ผู้ร้องมีทรัพย์สินที่เป็นชื่อของผู้ร้องหรือไม่เป็นส่วนประกอบ ถ้ามีก็อาจจะได้ลดน้อยถ้าไม่มีก็อาจจะลดมาก เนื่องจากเจ้าหนี้ไม่สามารถบังคับคดีได้นั่นเอง กรณีมีปัญหาหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมกรุณาติดต่อกลับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ทาง Inbox เพจมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทร. 02-2483734-37 หรือ complaint@consumerthai.org

ประเด็น: ผมก็ขอจ่ายเป็นธนาคารสุดท้าย (ผมชำระหนี้แทนพี่สาว) หรือให้ธนาคารฟ้องเอา เพื่อไกล่เกลี่ยในชั้นศาล เวลาผ่านไป ผมก็น่าจะเคลียร์จบทุกธนาคารแล้ว และ ลืมธนาคารเจ้านี้ไป จนวันนี้ มีบริษัทฯนึง รับเป็นตัวแทนในการทวงหนี้ของธนาคาร โทรมาแจ้งว่า ให้ชำระหนี้ พร้อมดอกเบี้ย เป็นจำนวน 2xx,xxxx (จากเงินต้น ไม่ถึงแสน) และมี คำตัดสินคดีแล้ว คดีดำ เลขที่ xxxx/25555 ส่วนคดีแดง เลขที่ xxxx/2555 โดยที่ผ่านมา ทางครอบครัวผมไม่ได้รับ notice หรือ จดหมายใดๆเลยจากทั้งศาลและธนาคารนี้ ผมเอาเลขคดี ไปค้นใน web: https://cios.coj.go.th/tracking/result.html ในศาลจังหวัดตามภูมิลำเนา ก็ไม่เจอ ตอนนี้เจอแล้วครับ คำตัดสินไปเจอที่ศาลที่ไม่ใช่ภูมิลำเนา แต่เป็นศาลใน กทม. ผมจึงอยากจะรบกวนสอบถามและขอคำแนะนำว่า ผมควรจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อยังไงดีครับ รบกวนแนะนำด้วยครับ

แนวคำตอบ:

  1. ให้ผู้บริโภคทำคำร้องขอคัดถ่ายคำพิพากษา และให้เขาไปยื่นศาล เพื่อตรวจสอบว่ายอดตรงกันหรือไม่ เพื่อคำนวณหนี้ต้นทุน และดอกเบี้ย ที่ศาลกำหนดให้ชำระหนี้ว่าถูกต้องตามที่ธนาคาร แจ้งต่อท่านหรือไม่
  2. หากพี่สาวของท่าน ไม่มีชื่อในกรรมสิทธิ์ เช่น บ้านและที่ดิน เป็นต้น และไม่ได้ทำงานประจำ สรุป เจ้าหนี้หรือโจทก์ทำเพียงได้ถือคำพิพากษาของศาลไว้ติดตามทรัพย์ท่านเพียง 10 ปี(นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาศาล)
  3. นัดเจรจาเพื่อต่อรองเรื่องการใช้หนี้

หากสงสัยขั้นตอนการทำคำร้องขอคัดถ่ายคำพิพากษาหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ให้ติดต่อมายังมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ทาง Inbox เพจมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โทร. 02-2483734-37 หรือ complaint@consumerthai.org







ปรึกษา ร้องเรียน
สอบถามเพิ่มเติม